4 มีนาคม วันปะการัง (Coral Day)

               วันที่ 4 มีนาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันปะการัง” เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแนวปะการังซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล แนวปะการังเปรียบเสมือน “ป่าฝนแห่งท้องทะเล” เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งหลบภัย และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำหลากหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อภาคการประมง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชายฝั่งของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
               การกำหนดวันดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการประชุมด้านการอนุรักษ์ปะการัง ณ จังหวัดโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2539 และต่อมาได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แนวปะการัง ณ เกาะชิระโฮะ เมืองอิชิกากิ จังหวัดโอกินาวา เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัย ฟื้นฟู และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล
               แนวปะการังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลอย่างยิ่ง โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเพียง 1–3 องศาเซลเซียส อาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้ปะการังเสื่อมโทรมและตายลง ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศที่พึ่งพิงแนวปะการังในลักษณะเป็นลูกโซ่
               นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และยังทำให้เกิดความเป็นกรดของมหาสมุทรเพิ่มขึ้น (Ocean Acidification) ซึ่งลดความสามารถของปะการังในการสร้างโครงสร้างหินปูน อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของระบบนิเวศทางทะเล
               ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีบทบาทสำคัญในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอน หรือที่เรียกว่า “Blue Carbon” ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อีกด้วย
ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ปะการัง (Coral day) และระบบนิเวศทางทะเลได้ โดย….
        – ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาอุณหภูมิโลก ลดการปล่อยมลพิษ
        – ลดการใช้พลาสติก และไม่ทิ้งขยะลงทะเลหรือแหล่งน้ำ
        – เลือกบริโภคอาหารทะเลจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน
        – หลีกเลี่ยงการเหยียบหรือสัมผัสปะการังขณะดำน้ำ
        – สนับสนุนกิจกรรมและหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
               การอนุรักษ์แนวปะการังมิได้เป็นเพียงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่เป็นการรักษาความมั่นคงทางอาหาร เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– 4 มีนาคม วันปะการัง (Coral Day), กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม.
– รู้จักความสำคัญ “วันปะการัง” (Coral Day) 4 มี.ค. ของทุกปี, Thai PBS.
– Coral reefs, UN: Environment Programme.
– 4 มีนาคม วันปะการัง, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.
– The Biology of Coral Reefs: A Driver’s Primer, Coral Coast Drivers.
– OCEAN ACIDIFICATION, Smithsonian: National Museum of Natural History.

3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day)

               วันที่ 3 มีนาคมของทุกปี ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day)” ด้วยมติขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเฉลิมฉลองความสำคัญของสัตว์ป่าและพืชป่า ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ต่อมนุษยชาติและโลก วันสำคัญนี้เกี่ยวข้องกับวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นวันก่อตั้ง CITES – อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศของสัตว์และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อันเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่มุ่งควบคุมการค้าเพื่อไม่ให้การใช้ประโยชน์ส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวันสำคัญดังกล่าว โดยเสนอให้ที่ประชุมอนุสัญญาไซเตสเห็นชอบให้วันที่ 3 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก ก่อนจะมีมติรับรองอย่างเป็นทางการโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
               วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลกจึงเป็นวันที่ใช้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและพืชป่า ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสัตว์ป่าและพืชป่ามีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่วยรักษาสมดุลน้ำและดิน โดยระบบนิเวศที่สมบูรณ์ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดิน ป้องกันการกัดเซาะ และลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง นอกจากนี้ความหลากหลายของสัตว์และพืชป่าช่วยให้ระบบนิเวศสามารถปรับตัวและฟื้นตัวเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งระบบนิเวศที่หลากหลายยังสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ดีกว่า ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
               อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และการสูญเสียที่อยู่อาศัย จากการบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ ทำให้หลายชนิดป่าถูกคุกคามและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทำให้ระบบนิเวศอ่อนแอลงและความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนลดลง
เราสามารถมีส่วนร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
        – ลดการใช้พลาสติก และแยกขยะให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ขยะปนเปื้อนเข้าสู่ธรรมชาติ
        – สนับสนุนผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ที่ไม่ทำลายระบบนิเวศ
        – ไม่สนับสนุนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย หากพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้และสัตว์ป่า ติดต่อศูนย์สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
        – เผยแพร่ความรู้และสร้างการตระหนักรู้ ให้คนรอบตัวเห็นความสำคัญของสัตว์ป่าและพืชป่า

แหล่งที่มา :
– 3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชโลก (World Wildlife Day), กลุ่มงานทรัพยากรทางบก, TEI : Thailand Environment Institute.
– วันสัตว์ป่าและพืชโลก (World Wildlife Day), กรมประชาสัมพันธ์.
– วันที่ 3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day), กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
– 3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก, กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
– What is World Wildlife Day?, WORLD WILDLIFE DAY 3 MARCH.
– Biodiversity: Understanding its significance and Conservation, NATURE & CULTURE INTERNATIONAL.

กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันมาฆบูชา)

               เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมทำบุญตักบาตร อาหารแห้ง เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันมาฆบูชา) โดยนิมนต์ พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดบรมสถล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และสร้างวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สส.จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันมาฆบูชา)

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ฯ ทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันมาฆบูชา) โดยนิมนต์ พระมหาอดิศักดิ์อภิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดบรมสดล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมในการสืบสานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สร้างวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมฯ 100 คน