กรมลดโลกร้อน อบรมความรู้พื้นฐานและการใช้งานข้อมูลคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ และเปิดตัวระบบ web-based

               เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานและการใช้งานข้อมูลคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ และมีนายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและการดำเนินการตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการจัดทำนโยบายและการจัดทำแผนรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการพัฒนาและจัดทำข้อมูลคาดการณ์สภาพภูมิอากาศแห่งชาติความละเอียดสูง แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ประสานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทั่วประเทศ นักวิชาการ และผู้สนใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านการประชุมออนไลน์ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 500 คน การอบรมครั้งนี้ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจการใช้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่มีความละเอียดสูง สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

คุณเองก็เป็นได้วัยรุ่นรักษ์โลก

               ในปัจจุบันวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทุกด้าน จึงทำให้วัยรุ่น คนยุคใหม่ มีความตื่นตัวต่อสภาวะโลกเดือดอย่างมาก อีกทั้งยังหันมาสนใจการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ สู่การขับเคลื่อนผ่านวิถีชีวิตที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
               ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลดีไปถึงด้านจิตวิทยาและความสัมพันธ์อย่างคาดไม่ถึง หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือกระแส “Green Dating” หรือการให้ความสำคัญกับทัศนคติด้านสิ่งแวดล้อมในบริบทของความรักและการหาคู่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของคนยุคใหม่ เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจต่อโลก เพราะบุคคลเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบต่อสังคม ลงมือทำจริง รู้จักเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อ มีความกระตือรือร้น และใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการมีทัศนคติที่ดีและมีความพร้อมที่จะดูแลสิ่งสำคัญในชีวิต ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
               ดังนั้น การก้าวเข้าสู่สถานะ “วัยรุ่นรักษ์โลก” จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยการกระทำที่ซับซ้อนหรือเกินกำลัง แต่เริ่มต้นได้จากการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนผ่านทางเลือกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการใช้ซ้ำ โดยการใช้ซ้ำ (Reuse) เป็นแนวทางรักษ์โลกที่สำคัญตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ที่เน้นการนำของที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ใหม่ให้คุ้มค่าสูงสุด ช่วยลดขยะ ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ และลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ใช้ถุงผ้า/แก้วส่วนตัว ใช้กระดาษสองหน้า รวมทั้งซ่อมแซมสิ่งของ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเติมได้ การเลือกใช้เสื้อผ้ามือสอง เป็นต้น
               อย่างไรก็ดีการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการวางหลักประกันที่มั่นคงให้กับอนาคต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ คือกลไกสำคัญที่จะช่วยรักษาและส่งต่อโลกที่มีความสมดุลทางระบบนิเวศสู่คนรุ่นถัดไปได้อย่างภาคภูมิใจ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– รักนี้สีเขียว: เทรนด์คู่รักยุคใหม่ รักเธอ รักฉัน และรักษ์โลกไปด้วยกัน, Eisai (Thailand) Marketing
– Going Green Is Good in the Dating Scene, Psychology Today.
– Green dating: the singles swiping left on climate complacency, Mashable SE Asia.
– Studies Show That Being Eco-Friendly May Make You More Dateable., greenmatters.

ประกาศร่าง TOR ประกวดราคาจ้างก่อสร้างจ้างปรับปรุงอาคารของศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วิจารณ์ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 มีนาคม 2569 โทร. 02-577-4182-9 ต่อ 1108 e-mail:dccecenter@dcce.mail.go.th

ร่างประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างจ้างปรับปรุงอาคารของศูนย์วิจัยฯ

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมหารือแนวทางการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

               เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ณ โรงแรมเซ็นจูรี พาร์ค กรุงเทพมหานคร
               การประชุมได้มีการหารือแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของนิติบุคคล การจัดเก็บ การเชื่อมโยง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้ประกอบการพัฒนาระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการปกครอง และหน่วยงานอื่น ๆ รวมจำนวน 14 หน่วยงาน ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 60 ราย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยาย “Climate Change Policy Towards Net Zero” ในหลักสูตร วพน. รุ่นที่ 23

               เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Climate Change Policy Towards Net Zero” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่น 23 (วพน. 23) ณ ห้อง Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กรุงเทพมหานคร จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของพลังงานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้นำจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชน เข้าร่วมการอบรม จำนวน 96 คน
               ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันและแนวโน้มการดำเนินงานระดับโลก พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส รวมถึงการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ตลอดจนสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม World Economic Forum 2026 และผลลัพธ์จากการประชุม COP30 นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงนโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ในด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจน (ร่าง) กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. และ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบคาร์บอนต่ำ และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 ของประเทศไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569

               วันนี้ (5 มีนาคม 2569) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาโครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมาย ขอบเขต และแผนการดำเนินงานตลอดทั้งโครงการ โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ มีคณะกรรมการกำกับโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม จำนวน 60 คน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ต่อยอดบทบาทเหยี่ยวข่าว ทสม. ขับเคลื่อนงาน Climate Action ในพื้นที่

               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร กระบวนการการพัฒนาบทบาทนักสื่อสารสิ่งแวดล้อมชุมชน (เหยี่ยวข่าว ทสม.) ระหว่างวันที่ 5 – 6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมกาลนาน ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นเครือข่าย ทสม. ที่ผ่านการคัดเลือกจากกรมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 40 คน
               การอบรมในครั้งนี้ประกอบด้วยการอบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของขยะมูลฝอย มลพิษทางน้ำ ฝุ่นละออง PM2.5 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การฝึกทักษะการสื่อสาร การย่อยข้อมูลวิชาการให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย และการเลือกใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม ตลอดจนพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตสื่อดิจิทัล เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook, Line และ TikTok ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเป็นพลังขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ในการเขียนข่าวและสื่อสารรณรงค์ในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ประกวดราคา ซื้อขายครุภัณฑ์เพื่อเสริมประสิทธิภาพระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และพัฒนาศักยภาพการตรวจสอบและวิเคราะห์ช่องโหว่ระบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ปะการังฟอกขาวหนักขึ้น สัญญาณอันตรายหายนะระบบนิเวศ

               จากรายงานล่าสุดของ International Coral Reef Initiative (ICRI) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐอเมริกา หรือ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ในปี 2024 ได้ระบุชัดเจนว่าพื้นที่แนวปะการังทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะความร้อนสะสมในระดับที่ทำให้เกิดการประการังฟอกขาวและมีประมาณ 82 ประเทศที่โดนผลกระทบอยู่ หรือคิดเป็น 84 % ของปะการังทั่วโลก ถือว่ารุนแรงทุบสถิติที่เคยมีมา
               สถานการณ์วิกฤตปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2567 จนถึงการสรุปผลเชิงพื้นที่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับเครือข่ายสำรวจ 79 สถานี ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน พบสถิติที่น่ากังวลว่ามีอัตราการฟอกขาวในพื้นที่สำรวจเฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ 60-80 จากการติดตามผลการฟื้นตัวพบว่า ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 40 ซึ่งสาเหตุหลักสำคัญมาจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูงเกิน สูงกว่า 30.5–31 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่าปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะพึ่งพากันระหว่างปะการังและสาหร่าย Zooxanthellae โดยเมื่อน้ำทะเลร้อนจัด สาหร่ายดังกล่าวจะหลุดออกจากเนื้อเยื่อปะการัง ทำให้ปะการังสูญเสียแหล่งพลังงานหลักที่ได้จากการสังเคราะห์แสง จนเหลือเพียงโครงสร้างสีขาวและอ่อนแอลง
               หากอุณหภูมิน้ำทะเลไม่ลดลงปะการังจะเข้าสู่สภาวะตายจากการขาดสารอาหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบแบบโดมิโนต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ที่ใช้แนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ดังนั้นวิกฤตปะการังฟอกขาว จึงมิใช่เพียงเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งบูรณาการมาตรการปรับตัวและลดกิจกรรมที่ซ้ำเติมระบบนิเวศอย่างเร่งด่วน
               วิกฤตปะการังฟอกขาวที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติระยะสั้น แต่คือภาพสะท้อนของวิกฤตโลกเดือด (Global Boiling) ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต การแก้ไขจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การติดตามรายงานเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และการลดกิจกรรมที่รบกวนหน้าดินและแนวปะการัง เพื่อให้ระบบนิเวศมีโอกาสในการปรับตัวและฟื้นฟูตัวเองได้ทันเวลาก่อนที่หายนะนี้จะกลายเป็นเรื่องที่สายเกินแก้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– สถานภาพปะการังในประเทศไทย ปี 2567 – 2568, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.
– ปะการังไทยกลับมาแล้ว! ทส.ฟื้นฟู 24 ไร่ สู้ฟอกขาวสำเร็จ, Thai PBS.
– วิกฤติโลกเดือด “ปะการังฟอกขาว”, คลังความรู้ SciMath.