ประเทศไทยมี “แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ” (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP) อย่างเป็นทางการแล้ว!

        แผน NAP เป็นกรอบแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
        💧 การจัดการทรัพยากรน้ำ
        🌾 เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
        🏖️ การท่องเที่ยว
        🏥 สาธารณสุข
        🌿 การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
        🏘️ การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์
📥 ดาวน์โหลดแผนฉบับเต็มได้ที่ >>> Thailand’s National Adaptation Plan : NAP

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ครั้งที่ 2/2568

 

               ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผนครั้งที่ 2/2568 โดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานอนุกรรมการมอบหมายให้ นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติหน้าที่แทน และมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่ 1 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมฯ ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               คณะอนุกรรมการฯ รับทราบ คำสั่งคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ที่ 1/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศและคำสั่งอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ที่ 2/2568 เรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมถึงแนวทางการออกหนังสือรับรองว่าประเทศไทยไม่มีข้อคัดค้านต่อข้อเสนอโครงการในรูปแบบ Project Preparation Facility (PPF) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ (Full Funding Proposal : FP) รวมทั้งเห็นชอบพิจารณาออกหนังสือรับรองว่าประเทศไทยไม่มีข้อคัดค้านต่อข้อเสนอโครงการ (No – Objection Letter : NOL) จำนวน 2 โครงการประกอบด้วยโครงการ Mandala Capital SSEA Food Fund LP (MCSSEAFF) และโครงการ Climate and Health Co – investment Facility Programme โดยมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมนำเสนอต่อปลัดกระทรวงฯ เพื่อพิจารณาลงนามและนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อทราบ ในลำดับต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge : Decarbonization การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ในก๊าซเรือนกระจก

Decarbonization: การลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ในก๊าซเรือนกระจก ทุกคนทำได้! เปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ โลกใบนี้ดีขึ้น
               1. กินอย่างยั้งคิด: ซื้อ/ปรุง/สั่งพอดี ลดขยะอาหาร
               2. ลด แลก เปลี่ยน ใช้ซ้ำ: พกถุงผ้า กล่องข้าว แก้วน้ำ เลี่ยงใช้ครั้งเดียวทิ้ง แยกขยะ งดโฟม
               3. ประหยัดพลังงาน: ปิดไฟ ถอดปลั๊ก ใช้แสงธรรมชาติ พัดลมแทนแอร์ เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5/LED
               4. เดินทางใส่ใจโลก: วางแผนการเดินทาง ใช้รถสาธารณะ ปั่นจักรยาน/เดินระยะใกล้ ๆ
               5. เลือกสินค้าสีเขียว: เลือกผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อยากให้ทุกคนลงมือทำ เริ่มได้ง่ายๆ ที่ตัวเรา

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). (2559). ฉลาดเลือก ฉลาดใช้ ใส่ใจโลกร้อนด้วย ฉลากคาร์บอน. (พิมพ์ครั้งที่ 1)

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 16 (16th AWGCC Meeting) ยกระดับความร่วมมือ และแสดงเจตนารมณ์ของอาเซียน แก้ไขปัญหาโลกเดือด

               เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะผู้แทนไทยพร้อมด้วยผู้แทนจากกรมลดโลกร้อน กตป. และ อบก. เข้าร่วมการประชุม 16th AWGCC Meeting ณ เมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิอาเซียน โดยมีผู้แทนจากสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมกว่า 100 คน
               รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอข้อริเริ่มโครงการ High-Intrigrity ASEAN Carbon Initiative (HACI) ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของอาเซียนให้เป็นที่ยอมรับ ผ่านการพัฒนา Premium T-VER ของไทย โดยสมาชิกอาเซียนพร้อมให้การสนับสนุนและจะรับรองในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต พลิกวิกฤตโลกร้อน RETHINK REINVENT REVERSE THE CLIMATE CRISIS

               โลกร้อนขึ้นทุกวัน แต่เราช่วยกันเปลี่ยนได้! รู้ทันวิกฤตโลกร้อน พร้อมแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ในชีวิตประจำวัน จาก eBook “ปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต พลิกวิกฤตโลกร้อน” เล่ม 3 โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
อ่านได้ที่ : https://online.fliphtml5.com/jrbcl/syil/#p=1

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ชวนประชาชน (กู้) ภัยโลกร้อนลดก๊าซเรือนกระจก COMBAT GLOBAL WARMING CUT GREENHOUSE GAS EMISSIONS

               โลกร้อนขึ้นทุกวัน แต่เราช่วยกันเปลี่ยนได้! รู้ทันวิกฤตโลกร้อน พร้อมแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ในชีวิตประจำวัน จาก eBook “(กู้) ภัยโลกร้อนลดก๊าซเรือนกระจก” เล่ม 2 โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
อ่านได้ที่ : https://online.fliphtml5.com/jrbcl/qlah/#p=1

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เสริมพลังเครือข่าย ทสม. จัดทำแผนปฏิบัติการเครือข่าย ทสม. เชิงพื้นที่ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573) ครั้งที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคใต้

               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานและบูรณาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม.ครั้งที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ พร้อมด้วยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเครือข่าย ทสม.ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2569 – 2573) รวมทั้งแผนสนับสนุนด้านการเงิน แหล่งทุนสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่าย ทสม. และเป็นการเสริมสร้างกลไกการขับเคลื่อนเครือข่าย ทสม. ในการดำเนินกิจกรรมเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มโซนจังหวัด 6 กลุ่ม (กลุ่มจังหวัดภาคอีสานเหนือและกลุ่มจังหวัดภาคอีสานใต้ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก) ที่สำคัญเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และเสริมศักยภาพผู้นำเครือข่าย ทสม. ในการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

ขอเชิญอบรมออนไลน์ หลักสูตร “การจัดการความเสี่ยงและความพร้อมต่อภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”

เมื่อภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว… มาเตรียมพร้อมรับมือกับ Climate Change อย่างมืออาชีพ! 🌍
📣 ขอเชิญอบรมออนไลน์ ฟรี!
หลักสูตร “การจัดการความเสี่ยงและความพร้อมต่อภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”
โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล

🗓 วันที่ 12–13 มิ.ย. 2568 | 🕘 เวลา 09.00–16.00 น. | 💻 ผ่าน Zoom
✅ เรียนรู้การประเมินความเสี่ยง วางแผนรับมือ ใช้ระบบ GIS เฝ้าระวังภัยพิบัติ
🎓 รับใบประกาศนียบัตรจากกรมฯ
💸 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!

📌 สมัครด่วน: https://forms.gle/D8MfonnAB87MqWn37
📞 ติดต่อ: อ.ดร.จุฑารัตน์ แก้วบุญชู โทร. 082-261-5198

กรมลดโลกร้อน มอบประกาศนียบัตรแต่งตั้ง Climate Change Ambassador 2025

               วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2568 จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร Climate Change Ambassador 2025 โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรดังกล่าว ให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2568 ทั้ง 45 คน ซึ่งมีคุณอทิติยา เบญจปักษ์ รองอันดับ 2 นางสาวไทย ปี 2567 และผู้จัดการกองประกวดนางสาวไทย 2568 เป็นผู้แทนรับมอบ งานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด และแขกผู้มีเกียรติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอประชุมนวมินทร์ วชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
              ในปีนี้ กรมลดโลกร้อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมวางแนวทางกับกองประกวดนางสาวไทย แต่งตั้งให้นางสาวไทย ใน 45 จังหวัด ดำรงตำแหน่ง Climate Change Ambassador เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนบนแนวทางของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน โดยจะมีการคัดเลือก Climate Change Ambassador จำนวน 5 คน เพื่อเป็น Miss Climate Change 2025 ซึ่งจะประกาศผลในการประกวดนางสาวไทย 2568 รอบตัดสิน ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และถ่ายทอดทั้งระบบดิจิตอล แพลตฟอร์มของทางกองประกวด

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Fashion ลดโลกร้อน ของมันต้องมี ที่ไม่ทำร้ายโลก

              นายอันโตนิโอ กุเตอเรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวถึงผลกระทบของ “Fast fashion” ที่เป็นกระแสในปัจจุบัน ได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เนื่องในวัน “International Day of Zero Waste” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568 โดยทุกวินาทีมีเสื้อผ้าในปริมาณเทียบเท่ารถขยะหนึ่งคันถูกเผาหรือฝังกลบ ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอจึงเป็นหนึ่งภาคส่วนที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณร้อยละ 8 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก และมีการใช้น้ำในปริมาณมากราว 215 ล้านล้านลิตรต่อปี หรือเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก 86 ล้านสระ อีกทั้งยังมีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและระบบนิเวศ ซึ่งวิกฤตขยะจากแฟชั่นนับเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก โดยมนุษย์ทั่วโลกได้สร้างขยะมากกว่า 2 พันล้านตันต่อปี มากพอที่จะห่อหุ้มโลกได้ 25 รอบหากบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นกลายเป็นจุดสนใจในปีนี้ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเสื้อผ้ามักถูกทิ้งหลังจากใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า หากสามารถยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง ร้อยละ 44
               การแก้ไขปัญหาขยะสิ่งทอนี้จำเป็นจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ ผ่านการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนและแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ผู้ผลิตควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน มีคุณภาพดี ลดการปนเปื้อนสารเคมี และตอบโจทย์ความยั่งยืน และในฐานะผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตและการบริโภค สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหานี้ ด้วยการลดการบริโภคตามกระแส Fast fashion ที่มาเร็วไปเร็ว ไม่อุดหนุนเสื้อผ้าที่ไม่เน้นคุณภาพแต่เน้นการผลิตที่รวดเร็วตามเทรนด์แฟชั่นของโลก ทำให้เสื้อผ้าเหล่านี้ถูกใส่เพียงไม่กี่ครั้ง เนื่องจากมีคอลเลกชันใหม่ ๆ ผลิตและวางจำหน่ายในท้องตลาดอยู่เสมอ
​               Fashion ลดโลกร้อน จึงควรมุ่งให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยเลือกซื้อเสื้อผ้าที่เน้นคุณภาพ สามารถใส่ได้บ่อย และใช้ได้ยาวนาน ผลิตจากเส้นใยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ หลีกเลี่ยงใยสังเคราะห์แบบโพลีเอสเตอร์ที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและปล่อยไมโครพลาสติกสู่ระบบนิเวศ เน้นเสื้อผ้าที่ไม่ต้องซักบ่อย ไม่ต้องรีด มีกระบวนการผลิตในท้องถิ่นเพื่อลดการขนส่งที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควรแก้ไขและซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุดเล็ก ๆ น้อย ๆ นำเสื้อผ้ามา mix & match หรือดัดแปลงให้ดูเป็นชุดใหม่ การเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือการบริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้น
               ​เมื่อท่านจะเลือกซื้อหรือกดซื้อเสื้อผ้าครั้งต่อไปขอให้ท่านคิดเสมอว่า “ของมันต้องมี” ต้องมาคู่กับการที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้ความสุขชั่วขณะของเราทำร้ายโลกและลูกหลานเราในวันข้างหน้า

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
(1) United Nations, 2025, International Day of Zero Waste 30 March, Towards zero waste in fashion and textiles.
(2) United Nations, 2025, Fast fashion fuelling global waste crisis, UN chief warns | UN News