กรมลดโลกร้อน เชิดชูเกียรติ 7 สตรีดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิความเท่าเทียม เนื่องในวันสตรีสากล 2569 มุ่งสร้างสังคมยุติธรรมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

               วันที่ 20 มีนาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมแสดงความยินดีในโอกาส “วันสตรีสากล ประจำปี 2569” พร้อมเชิดชูเกียรติสตรีผู้มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ภายใต้แนวคิด “สิทธิ ความยุติธรรมและเสียงของผู้หญิง: สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานหลักในการคัดเลือกสตรีดีเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมี อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติหน้าที่ประธานอนุกรรมการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ ได้ดำเนินการคัดเลือกสตรีที่มีผลงานประจักษ์ชัดในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ
ในปีนี้มีสตรีผู้ได้รับรางวัลรวม 6 ราย จาก 3 ประเภทหลัก ประกอบด้วย
        1. ประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ระดับพื้นที่): นางสาวกฤษณา ขวัญเมือง ผลงานโดดเด่นด้านการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน การสร้างฝายชะลอน้ำ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในระดับท้องถิ่น
        2. ประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ระดับประเทศ): นางจงกลนี แก้วสด ผู้ริเริ่มนวัตกรรม “ZOOIDO Innovation Live System Platform” ยกระดับการถ่ายทอดสดเพื่อการเรียนรู้ด้านธรรมชาติวิทยา
        3. ประเภทบุคคลทั่วไป (ระดับพื้นที่): นางโซไรดา นิติธรรม ผู้นำการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
        4. ประเภทบุคคลทั่วไป (ระดับประเทศ): นางสาวลำไพ เนื่องพลี ผู้ขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ
        5. ประเภทบุคคลภาคเอกชน (ระดับพื้นที่): นางวิภาวี ปัญญาดี ผู้สนับสนุนโครงการสงขลาสู่มรดกโลก และการปรับปรุงศูนย์เรียนรู้อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลภาคใต้
        6. ประเภทบุคคลภาคเอกชน (ระดับประเทศ): นางสาวหริสวรรณ ศิริวงศ์ ผู้ก่อตั้ง TTA LAB ส่งเสริมเด็กและเยาวชนทั่วประเทศให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
               นอกจากมิติด้านสิ่งแวดล้อม กรมฯ ยังร่วมยินดีกับ นางรสริน อมรพิทักษ์พันธ์ ผู้ได้รับรางวัลสตรีดีเด่น ด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ (ประเภทบุคคลภาครัฐ) จากผลงานการจัดทำ “คู่มือการบูรณาการมิติความเท่าเทียมระหว่างเพศในการจัดทำงบประมาณด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงความเป็นธรรมทางสังคม
               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นว่าพลังและเสียงของสตรีจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตภูมิอากาศ การเชิดชูเกียรติในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการมอบรางวัล แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของสตรีในการสร้างโลกที่ยั่งยืนและยุติธรรมสำหรับทุกคน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ UNIDO จัดงานสัมมนา National Milestone: Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand

               วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เข้าร่วมงานสัมมนา “National Milestone: Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมีผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและระหว่างประเทศ อาทิ นางสาวปิง กิดนิกร เอกอัครราชฑูตแคนาดาประจำประเทศไทย นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม Ms. Nabila Suria ผู้แทนเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) นายสุรชัย นิ่มละออ นายก TCMA และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ สส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานกว่า 100 คน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ
               อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตถือเป็นภาคอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขณะเดียวกันก็เป็นภาคส่วนที่อยู่ในเป้าหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา (ECCC) จำนวน 8 ล้านเหรียญดอลลาร์แคนาดา ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ในการช่วยขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งภายในงานมีการนำเสนอผลลัพธ์สำคัญของโครงการทั้ง 5 องค์ประกอบ ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยมีการผลักดันให้เกิดกรอบนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็ง สามารถรองรับการลงทุนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการส่งเสริมนวัตกรรม โครงการได้สนับสนุนการพัฒนาและบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยให้สามารถคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งส่งเสริมการแข่งขันนวัตกรรมในระดับประเทศ และพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมกับแหล่งเงินทุน ช่วยให้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับด้านเทคโนโลยี มีการส่งเสริมการลงทุนและการนำร่องเทคโนโลยีลดคาร์บอนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน รวมถึงแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่สามารถดึงดูดการลงทุนและขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้ ในด้านมาตรฐานและกลไกสนับสนุน มีการพัฒนาแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้มาตรฐานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้อง รวมถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเอกสารแสดงข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (Environmental Product Declarations: EPDs) เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน โครงการยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในกระบวนการพัฒนา
               นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจากการดำเนินโครงการ ทั้งในด้านการสาธิตและนำร่องเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย อาทิ การจัดทำกรอบนโยบายการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการนำเสนอระบบติดตามตรวจสอบข้อมูลความแข็งแรงของคอนกรีตในระยะไกล การเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางสนับสนุนการขยายผลเทคโนโลยีผ่านกลไก Accelerate-to-Demonstrate (A2D) Facility ของ UNIDO เพื่อผลักดันนวัตกรรมไปสู่การใช้งานในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
               ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้และขยายผลการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์เชิงรูปธรรมต่อการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวสู่ระยะต่อไปของความร่วมมือกับ UNIDO ผ่านโครงการ Mitigation Action Facility หรือ MAF ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคปูนซีเมนต์และคอนกรีต ทั้งในด้านการพัฒนามาตรการที่เป็นรูปธรรม การเสริมสร้างศักยภาพ และการสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา (ใบสั่งจ้าง สลก.38/2569) จ้างตรวจเช็คและซ่อมบำรุงรถยนต์ฯ จำนวน 12 คัน (บริษัท ดีดี คาร์เซอร์วิส จำกัด) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

สส. ขอสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อกำหนดจริยธรรมและแนวปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน สิ่งที่ควรกระทำและไม่ควรกระทำ

📣 กลุ่มงานจริยธรรม ขอสื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อกำหนดจริยธรรมและแนวปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน สิ่งที่ควรกระทำและไม่ควรกระทำ

📣 เพื่อให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ฯ รับทราบ ถือปฏิบัติ และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป

กรมลดโลกร้อน ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ….

               วันที่ 18 มีนาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ (กยป.) จัดประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารจากหน่วยงานภายในกรมฯ เข้าร่วมการประชุม
               การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาหลักการและสาระสำคัญของแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำคัญ 3 แนวทาง ได้แก่ (1) การขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก (2) การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ (3) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงรายละเอียดของแผนให้มีความครอบคลุม ชัดเจน และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งภายหลังการประชุมครั้งนี้ กยป. จะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อ (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. พร้อมกับเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะผ่านทางเว็บไซต์กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (สส.) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และรวบรวมข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุง (ร่าง) แผนแม่บทฯ ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเสนอต่อกลไกเชิงสถาบันเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

หลักสูตรทักษะเอไอระดับพื้นฐาน (AI Basics)

คำอธิบายบทเรียน หมวดหมู่
        หน่วยความสามารถที่เกี่ยวข้อง ตามทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล : DT400 DT500
        เป็นหลักสูตรพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้ด้านเอไอซึ่งครอบคลุมเนื้อหาด้านปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) รวมถึงเทคนิคการสร้างพรอมต์และการใช้งาน AI ในการสร้างคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Microsoft Copilot เน้นการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบและ AI กำลังเปลี่ยนโลกอย่างไร พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายและมีประโยชน์
Digital Technology
วัตถุประสงค์ ผู้สอน
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
เวลาในการเรียน ใบประกาศนียบัตร
2 ชั่วโมง 8 นาที มี
Link เข้าอบรมหลักสูตร
https://tdga.dga.or.th/knowledge/e-learning/detail?content_id=31