ที่ปรึกษา รมว.ฯ ต้อนรับคณะยุวทูตสิ่งแวดล้อมอนุภาคลุ่มน้ำโขง “เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 2569”

               วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ต้อนรับคณะยุวทูตสิ่งแวดล้อมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในการประชุมการนำเสนอเสียงเด็ก “ยุวทูตสิ่งแวดล้อมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 2569 (World Environment Day 2026) ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้แทนจาก มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล สมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม องค์การแตร์เดซอมเยอรมันนี มูลนิธิกระจกเงา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังข้อคิดเห็นของเด็กและเยาวชนถึงผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่กำลังส่งผลต่อชีวิต สุขภาพ การศึกษา ความปลอดภัย และอนาคตของเด็กทุกคน มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
ข้อเสนอของเด็กและเยาวชน
               • เร่งแก้ปัญหามลพิษเชิงรุกและข้ามแดน (มลพิษอากาศ น้ำเสีย สารพิษ)
               • เปิดพื้นที่ให้เข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
               • มีระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และมีมาตรการเยียวยาผลกระทบจากมลพิษและภัยพิบัติ
               • เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กชาติพันธุ์
               • ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แนวทางความร่วมมือ
               • แนวทางความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขยายครอบคลุมไปยังทุกกลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มเปราะบางให้มากขึ้น
               • พิจารณาการส่งเสริมบทบาทและกลไกการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชน ในแผนและนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโอกาสการเข้าร่วมประชุมหรือการแสดงบทบาทเวทีที่เกี่ยวข้อง
               • พัฒนาการเข้าถึงข้อมูลและสื่อด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้มีความน่าสนใจ เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับเด็กและเยาวชน
               • ประสานงานและกำหนดแนวทางบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด ผนึกทุกภาคส่วนเดินหน้าสู่ Net Zero

               วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.” หรือ “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด” ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยได้กำหนดนโยบายสำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ การพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050
               โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าครม. แล้ว ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎหมายรายมาตรา
               นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) ขณะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และอุทกภัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
               “วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งประเทศและประชาคมโลก การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน และร่วมสร้างประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับวิกฤตโลกเดือด เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป” นายสุชาติ กล่าว
               ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงภาคประชาชนที่สามารถร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
               ภายในงานได้รับเกียรติจาก Ms. Dechen Tsering ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมจัดเวทีเสวนาและนิทรรศการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ
               การจัดงานครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (เพิ่มเติม)

   ตามที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (G – Green) โดยดำเนินการสนับสนุนสถานประกอบการ และหน่วยงาน รวมถึงผู้บริโภคระดับประชาชน และใช้กระบวนการประเมินรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญลักษณ์ G – Green เป็นเครื่องมือให้เกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ มีการจัดการดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและพร้อมรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีภูมิคุ้มกันมุ่งสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 นั้น

   กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green ที่ยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อขอขยายโครงการและผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจากเอกสารหลักฐานของหน่วยงานที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน จึงประกาศรายชื่อหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green ดังนี้

1. บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด (ขยายเพิ่มเติม 9 โครงการ)
(จากเดิม >> ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (รอบที่ 2))
2. บริษัท เอสจีเอส จำกัด (ขยายเพิ่มเติม 8 โครงการ)
(จากเดิม >> ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (รอบที่ 3)
3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (ขยายเพิ่มเติม 3 โครงการ)
(จากเดิม >> ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (รอบที่ 6))

กรมลดโลกร้อน ประชุมรับมอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575)

               วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) เป็นประธานในการประชุมรับมอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 และผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน และคณะ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการสำนัก/ศูนย์/กอง/กลุ่ม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
               ทั้งนี้ อสส. ได้มอบนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี โดยขอให้บุคลากรทุกคนถือว่าการจัดทำแผนปฏิบัติราชการเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความร่วมมือ และขอให้บริหารจัดการเวลาเพื่อให้สามารถเข้าร่วมการจัดทำแผนปฏิบัติราชการฯ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบกระบวนการดำเนินโครงการจัดทำแผนปฏิบัติราชการฯ ดังกล่าว และ ได้เห็นชอบ องค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ (ร่าง) คำสั่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา และคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติราชการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

📢 ขอเชิญร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๙ (Thailand Research Expo 2026)”

ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” เวทีสำคัญแห่งการนำเสนอองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมของประเทศ จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของไทยอย่างยั่งยืน

✨ ไฮไลต์ภายในงาน

🔹 ภาคนิทรรศการ
พบกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า ๕๐๐ ผลงาน จากหน่วยงานวิจัยชั้นนำทั่วประเทศ โดยศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ บูธ EL13 ชั้น 22

📅 วันที่ ๒๒ – ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙
⏰ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๐๐ น.
📍 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

🔹 ภาคการประชุมวิชาการ
ร่วมรับฟังการเสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิจัยชั้นนำกว่า ๑๐๐ หัวข้อ

ศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดการเสวนาในหัวข้อ 078
“ประเทศไทยกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่คาร์บอนต่ำ”

📅 วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
⏰ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.
📍 ห้องประชุมกลุ่มเฉพาะเรื่อง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

🎯 ขอเชิญนักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมค้นพบองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวทางการพัฒนาประเทศจากงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง

✅ เข้าร่วมงานฟรี
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่: https://researchexporegistration.com/

 

 

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

               วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ เวทีใหญ่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคู่สมรส เป็นประธานในพิธี และมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมในพิธี และร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
               ในการนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกรม ร่วมถวายเครื่องราชสักการะ และวางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประชาชนชาวไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

               วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปยังห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 และศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามในสมุดถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
               จากนั้น นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามในสมุดถวายพระพร ณ สถานที่ดังกล่าวด้วย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

               วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อม นายปวิช เกศววงศ์ และ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่กรมลดโลกร้อน เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติตามพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

               วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเเละลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ครม. อนุมัติตาม รมว.สุชาติ เสนอ ให้กรมลดโลกร้อนเป็นหน่วยผลักดันกองทุน FRLD เพื่อจัดการวิกฤติสภาพภูมิอากาศ

               ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้อนุมัติการขับเคลื่อนกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for responding to Loss and Damage: FRLD) ของไทย ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้เร่งรัดเสนอให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศ (National Authority) และหน่วยประสานงานหลัก (National Focal Point) ของกองทุน FRLD พร้อมสั่งการให้กรมฯ เร่งผลักดันศักยภาพการเข้าถึงแหล่งเงินสนับสนุนจากต่างประเทศแก่ทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยได้รับงบประมาณเสริมภูมิคุ้มกันจากภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ โดยเฉพาะการป้องกันและจัดการความเสี่ยงภัยที่จะนำไปสู่การบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน
               อีกทั้งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการทบทวนปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจของประเทศ (Designated Authority) เพื่อให้การลงนามรับรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนภายใต้กรอบอนุสัญญา UNFCCC ทั้งหมดมีความเหมาะสม คล่องตัว และทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Fund) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund) ซึ่ง รมว.ทส. มุ่งเน้นให้การลดขั้นตอนภายในประเทศสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดเม็ดเงินสนับสนุนจากต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขของกองทุนระดับนานาชาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
               ทั้งนี้ รมว.ทส. กำหนดให้เร่งผลักดันการยกระดับขีดความสามารถของไทย เพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบาง และจัดการกับความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน โดยจะลงนามในหนังสือแจ้งให้ทุกกองทุนภายใต้กรอบอนุสัญญา UNFCCC ทราบโดยด่วนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”