กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายหัวข้อ “ทิศทางนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคธุรกิจไทย” ในการสัมมนาของ Air Asia

               เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “ทิศทางนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคธุรกิจไทย” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและยุทธศาสตร์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องในภาคการบิน เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจโดยมีกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 15 คน เข้าร่วมการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
               ดร.พิรุณ ได้บรรยายถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งนโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ได้แก่ เป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานของไทย เช่น การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC3.0) ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (LT-LEDS) และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. โดยที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามในประเด็นสำคัญ อาทิ แนวทางการบูรณาการการดำเนินงานระหว่างกรมฯ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการปรับปรุง LT-LEDS เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการบินให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ นอกจากนี้ ยังหารือเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มปริมาณและยกระดับคุณภาพของคาร์บอนเครดิตภายใต้มาตรฐาน Premium T-VER เพื่อรองรับความต้องการของตลาดคาร์บอนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อันจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี ค.ศ. 2050

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

               วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมตักบาตรทางเรือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” โดยมี คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และบริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
               ทั้งนี้ ในพิธีตักบาตรยังได้ร่วมถ่ายทำวีดิทัศน์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ภายใต้โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ในการพัฒนาคู คลอง ในเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองแสนแสบ การพัฒนาคลองเปรมประชากร และการพัฒนาคู คลอง ถนนวิภาวดีรังสิต โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง และคลองผดุงกรุงเกษม โดยวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 06.40 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 225 รูป ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร และในวันเดียวกัน เวลา 19.10 น. ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลริมน้ำ ณ เวทีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ อีกด้วย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนา “SMRs: Game Changer for Thailand” ชูบทบาท SMR ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero

               เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนาในหัวข้อ “SMRs: Game Changer for Thailand (SMRs: ตัวเปลี่ยนเกม สู่อนาคตประเทศไทย)” ภายในกิจกรรมครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) ภายใต้แนวคิด “Nuclear Technology for the Sustainable Future” ทั้งนี้ นายโกเมศ พุทธสอน ได้นำเสนอหัวข้อ “นโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 และบทบาทของเทคโนโลยี SMR” พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ คุณศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และคุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยี SMR ต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน
               ในการเสวนาครั้งนี้ นายโกเมศ พุทธสอน กล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยมี LT-LEDS และ NDC 3.0 เป็นกรอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ภายในปี ค.ศ. 2045 และมองว่า SMR เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานในอนาคต
               นายโกเมศ พุทธสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี SMR จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องและรอบด้าน ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ผ่านเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่
               ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา SMR ทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการกำกับดูแล โดยการตัดสินใจในอนาคตจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการยอมรับของสังคม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยเป็นไปอย่างสมดุลและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

               วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7HD ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 2/2569

               เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จํากัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสุศมา ปิตากุลดิลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปตท.สผ. และคณะทำงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ ปตท.สผ. ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 อาคารทิปโก้ 2 จำนวน 90 ท่าน
               การประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนงานประจำปี พ.ศ. 2569 โดย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก สส. ได้นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ของประเทศ รวมทั้งความก้าวหน้าของโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานในหมวด 1C และการพัฒนาวิธีการติดตามและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยี CCS ขณะที่ นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รายงานความก้าวหน้าโครงการถ่านชีวภาพ (Biochar) จากเหง้ามันสำปะหลัง เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้แทน ปตท.สผ. และ สผ. ได้รายงานความก้าวหน้าของโครงการนำร่อง Arthit CCS และ Eastern CCS Hub ตลอดจนการดำเนินงานด้านพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) การประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวของชุมชน การพัฒนาศักยภาพเพื่อส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชุมชนเครือข่ายของ ปตท.สผ. รวมถึงผลการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. 2569

สรุปผลการประชุม
               ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรมภายใต้แผนงานประจำปี พ.ศ. 2569 โดย อสส. ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการดำเนินงาน ดังนี้
               • การขับเคลื่อนมาตรการทางภาษีโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS อสส. ให้คณะทำงานฯ จัดเตรียมข้อมูลให้มีความครบถ้วนและพร้อมสำหรับการประชุมหารือร่วมกับกรมสรรพากร ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569
               • รับทราบความก้าวหน้าโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน หมวด 1C และการพัฒนาวิธีการติดตามและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งดำเนินการควบคู่กับโครงการนำร่อง Arthit CCS เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการรายงานบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
               • ทบทวนผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 และผลการลดก๊าซเรือนกระจกของโครงการ Biochar เพื่อยืนยันประสิทธิผลของการผลิต Biochar เมื่อเปรียบเทียบกับการเผาในที่โล่ง และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาโครงการ รวมทั้งการระดมแหล่งเงินทุนในระยะต่อไป ซึ่งคณะทำงานฯ จะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากที่ประชุมไปขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว. สุชาติ มอบหมายกรมลดโลกร้อน ร่วมมือตลาดหลักทรัพย์ฯ วางระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading System: ETS)

               เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาระบบตลาดสำหรับการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowance) ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นให้สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้ในระยะยาว
               การประชุมครั้งนี้มุ่งหารือแนวทางการออกแบบและพัฒนาระบบตลาดเพื่อรองรับ ETS ของประเทศไทย ทั้งในด้านรูปแบบการซื้อขาย กลไกการกำกับดูแล การบริหารจัดการตลาด และการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและกลไกดำเนินงานด้านตลาดทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงแนวทางการเชื่อมโยงสถาบันการเงิน ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพให้ภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์ระบบ ETS ให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”