กรมลดโลกร้อน ร่วมเปิดพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

               วันนี้ (28 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เด็ก เยาวชน และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ
               นายสุชาติ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของภาคใต้ ที่พาผู้เข้าชมย้อนรอยเรื่องราวของโลกตั้งแต่กำเนิดเมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีก่อน เรียนรู้วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ทรัพยากรธรณี ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวิถีชีวิต ผ่านตัวอย่างจริง แบบจำลอง สื่อมัลติมีเดีย และกิจกรรมที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนทุกช่วงวัย พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีเร่งต่อยอดการใช้ประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์ฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนทั่วทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดเฉพาะการจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราว โดยให้เชื่อมโยงกับโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ภาคใต้ เชิญชวนนักเรียน เยาวชน และประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ เข้ามาเรียนรู้ เพื่อให้การลงทุนด้านงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพราะสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยงบประมาณของประชาชน ต้องได้รับการดูแลรักษาและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า
               นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถพัฒนาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยเพิ่มมิติการท่องเที่ยวจากจุดเด่นด้านทะเลและเกาะต่าง ๆ ไปสู่การเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้จากการท่องเที่ยวให้ชุมชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น “แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา” (พ.ศ. 2569–2573) เชื่อมการปรับตัวของไทยสู่เป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลก

              วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนะต่อร่างแผนฯ ก่อนนำไปปรับปรุงเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ โดยมุ่งให้มาตรการ แนวทางการดำเนินงาน และตัวชี้วัดของแผนรายสาขา สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation: GGA) โดยมี หน่วยงานร่วมรับฟังความเห็นกว่า 100 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตภูมิอากาศว่า จากรายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2558–2568 เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกสถิติ โดยมีอุณหภูมิสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมถึง 1.43 องศาเซลเซียส อีกทั้งสถาบันวิจัยระดับโลก (WIR และ NOAA) คาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)” ที่จะทวีความรุนแรงสูงสุดช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรงทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมหนักที่จังหวัดน่านเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ขณะที่รายงาน Climate Risk Index 2026 ของ Germanwatch ระบุว่าความเสี่ยงด้านสภาพอากาศของไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 17 ของโลก หากไม่มีมาตรการรับมือเพิ่มเติม ธนาคารโลกประเมินว่าอาจส่งผลให้ GDP ของไทยลดลงถึง 7–14% ภายในปี 2050 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
               สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเปราะบาง และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศ โดยการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงการรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ต้องเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อความเสี่ยงในอนาคตอย่างเป็นระบบ โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ ใน 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งปัจจุบัน กรมฯ ได้พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัว โดยจัดทำตัวชี้วัดรายสาขา รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อใช้ติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลลัพธ์ของการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนา Platform กลางด้านการติดตามและประเมินผลการปรับตัว เพื่อให้สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการรายงานผลระดับประเทศและเชื่อมโยงกับกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวในระดับสากล
               สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลการประเมินงบประมาณและตัวชี้วัดของแผนในทั้ง 6 สาขา เพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขาให้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเด็นสำคัญในการปรับปรุงแผนฯ คือการทบทวนและพัฒนาตัวชี้วัดให้สามารถตอบโจทย์การดำเนินงานทั้งในระดับสาขาและระดับประเทศ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับกรอบเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการปรับตัวในระดับโลก (GGA) ให้ประเทศไทยสามารถติดตามและประเมินความก้าวหน้าด้านการปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ และสะท้อนผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในระดับโลกได้มีการพัฒนาชุดตัวชี้วัด Belém Adaptation Indicators จำนวน 59 ตัวชี้วัด เพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ โดยการนำเสนอผลการประเมินความต้องการทางการเงินสำหรับกิจกรรมด้านการปรับตัวในแต่ละสาขา จะทำให้เห็นภาพความต้องการด้านการเงิน และสามารถนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและกิจกรรมด้านการปรับตัวให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวฯ รายสาขา เป็นฉบับสมบูรณ์แล้ว จะสามารถนำแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปใช้เป็นมาตรการ แนวทางการดำเนินงานสู่การดำเนินงานในระดับสาขาและระดับพื้นที่ ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างวิเคราะห์คุณสมบัติของดินทางเคมีและชีวภาพ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างวิเคราะห์คุณสมบัติของดินทางเคมีและชีวภาพ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

กรมลดโลกร้อน ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือการผลักดันความรับผิดชอบของผู้ผลิต และการส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศ (Net Zero 2050) ครั้งที่ 1/2569

#กรมลดโลกร้อน
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#G – Green

กรมลดโลกร้อน เปิดศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ภูเก็ต รวมพลังการเรียนรู้ สร้างเยาวชนกู้โลก สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

               วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนางณัฐญาพร เสวตานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต แขกผู้มีเกียรติ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวนกว่า 200 คน
               โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) ระดับประเทศ ประจำปี 2568 กลุ่ม B โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) แห่งใหม่ของจังหวัดภูเก็ต โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ภูเก็ต เป็นโรงเรียนต้นแบบที่เต็มไปด้วย “ห้องเรียนมีชีวิต” ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การอนุรักษ์ทรัพยากร การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานสะอาด การจัดการขยะ ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากองค์ความรู้ของนักเรียน เชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพบูรณาการความร่วมมือของสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ในการทำกิจกรรมส่งเสริมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ภูเก็ต ประสบความสำเร็จคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดโครงการโรงเรียนคาร์บอนต่ำระดับประเทศ และได้รับการพัฒนาต่อยอด ยกระดับให้เป็นศูนย์การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ขยายผลสู่สถานศึกษาและพื้นที่ต้นแบบอื่นๆ
               สำหรับกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย การมอบทุนสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 20,000 บาท พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ พิธีเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้ฯ พร้อมเยี่ยมชมฐานกิจกรรมศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
               ทั้งนี้ ในปี 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดชุมชนและโรงเรียนคาร์บอนต่ำ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2568 จำนวน 4 แห่ง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคาร์บอนต่ำ และศูนย์เรียนรู้โรงเรียนคาร์บอนต่ำ และได้ดำเนินการเปิดศูนย์การเรียนรู้เสร็จสิ้นแล้ว ได้แก่
               1. ชุมชนบ้านหนองหิน หมู่ที่ 8 เทศบาลเมืองศิลาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
               2. ชุมชนบ้านเขาแก้ว หมู่ที่ 6 เทศบาลตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
               3. โรงเรียนเทศบาลวัดชัยชุมพล เทศบาลเมืองทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
               4. โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ และ มช. ยกระดับศักยภาพ บุคลากร สส. ด้านคาร์บอนต่ำและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาบุคลากรด้านคาร์บอนต่ำ และการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ“ หรือหลักสูตร LCEP (Low Carbon and Climate Resilience Empowerment Program) ภายใต้โครงการ EMPOWER ระยะที่ 2 และมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจัดขึ้น ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 รวม 48 ชั่วโมง ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite ให้กับบุคลากรของ สส. จากทุกสำนัก ศูนย์ กอง จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้พื้นฐานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเบื้องต้น ถือเป็นการต่อยอดองค์ความรู้พื้นฐานของบุคลากรให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ช่วยเสริมศักยภาพในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ ณ ห้องกมลมาศ ชั้น 6 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
               หลักสูตร LCEP เน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้รอบด้านและทักษะที่จำเป็น ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังประกอบด้วยประเด็นเกี่ยวเนื่องในหลากหลายมิติ ได้แก่ ระบบและกฎหมาย เทคโนโลยีใหม่ มาตรการการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์และทักษะดิจิทัล รวมถึงกลไกตลาดคาร์บอน โดยมีการแบ่งกลุ่มออกแบบมาตรการเชิงนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ 1.) กลุ่มฟ้า ด้าน Carbon Market เรื่อง The Precision Blueprint : ขับเคลื่อนระบบ Thailand Mamlandatory ETS สถาปัตยกรรมระบบโครงสร้างราคาและการกำกับดูแลสู่เป้าหมาย NDC 3.0 (2025-2035) 2.) กลุ่มฝน ด้าน System เรื่อง การขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ตาม NDC 3.0 เชิงระบบ (System Strategy for Thailand’s NDC 3.0 Driven Target) 3.) กลุ่มป่า ด้าน Adaptation เรื่อง การผังเมืองและการรับมือภัยพิบัติ 4.) กลุ่มดิน ด้าน Mitigation เรื่อง การขับเคลื่อน SAF เพื่อบรรลุเป้าหมาย NDC ของประเทศไทย การเชื่อมโยงเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) กับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และบทบาทเชิงนโยบายของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และ 5.) กลุ่มลม ด้าน Digital Skills เรื่อง Forest Climat Intelligence Platform การพัฒนาระบบ AI และ Digital Platform เพื่อประเมินและคาดการณ์การดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพื้นที่ป่าไม้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างวิเคราะห์สารสำคัญในสาหร่าย โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างวิเคราะห์สารสำคัญในสาหร่าย โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์และสารเคมี จำนวน 23 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์และสารเคมี จำนวน 23 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง