เดือน: สิงหาคม 2569
ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา (ใบสั่งจ้าง กจธ.3/2569) จ้างทำตาลปัตร (บริษัท พีทวินพลัส จำกัด) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างทำตาลปัตร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อกรอบรูป โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
กรมลดโลกร้อน จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมด้วย นางนิติภา วรพันธ์ตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก เจ้าหน้าที่กลุ่มติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากนิติบุคคล จำนวนรวม 100 ราย ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
การประชุมจัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการพัฒนาโดยนำข้อเสนอแนะจากการประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนิติบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งผลจากการทดสอบการใช้งานระบบจาก 52 นิติบุคคลนำร่อง โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในหลายประเด็น อาทิ กระบวนการดำเนินงาน การทวนสอบของนิติบุคคล วิธีการรายงาน และกรอบระยะเวลาการรายงานข้อมูล เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการดำเนินงานตามร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. หมวด 6 ส่วนที่ 2 อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีแผนดำเนินการจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้งานระบบให้แก่กลุ่มนิติบุคคล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานระบบ ต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”






กรมลดโลกร้อน ประชุม (Focus group) แนวทางและตัวชี้วัดในการลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทน

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม Focus group แนวทางและตัวชี้วัดในการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทนภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางและตัวชี้วัดในการติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC Tracking) ให้สอดคล้องกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (National GHG Inventory) ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและหารือแนวทางและตัวชี้วัดสำหรับการติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC Tracking) ของกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทนให้มีความสอดคล้องกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (National GHG Inventory) ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การติดตามผลการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กลุ่มมาตรการที่นำมาหารือในการประชุมครอบคลุม 4 มาตรการสำคัญด้านพลังงานสะอาด ได้แก่ การใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) และการใช้เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ที่ปรึกษาโครงการจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บรรยายแนวทางและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน รวม 22 หน่วยงาน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแนวทางและตัวชี้วัดที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และสามารถนำไปใช้ในการติดตามประเมินผล และรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการยกระดับระบบ NDC Tracking ให้สามารถเชื่อมโยงกับข้อมูล National GHG Inventory และรองรับการดำเนินงานตามแนวทางการจัดทำข้อมูลเพื่อส่งเสริมความชัดเจน ความโปร่งใส และความเข้าใจ (Information to Facilitate Clarity, Transparency, and Understanding: ICTU) ภายใต้ความตกลงปารีส ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้ NDC รวมทั้งใช้ประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายใต้ NDC 3.0 แผนการลงทุน (Investment Plan) และการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”









รมว.สุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อน เร่งขยายความร่วมมือ ดึงพลังงานเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ผ่าน MOU: พลังงานทดแทน และ MOU: เกษตรสีเขียว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เร่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC) และการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เดินหน้าหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผ่าน 2 MOU ได้แก่ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า บ้านอยู่อาศัย เกษตรกรรม และขนส่ง” ระหว่าง สส. และ พพ. และ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตรกรรม” ระหว่าง สส. พพ. และ 6 หน่วยงานสำคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร การยกระดับความร่วมมือระหว่าง สส. และ พพ. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดครอบคลุมครบทุกมิติเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ณ ห้องประชุมบัวหลวง อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”







กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีเอกภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยได้กำชับทุกหน่วยงานให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคเศรษฐกิจในพื้นที่
สำหรับการรับมืออุทกภัย ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ และสามารถสนับสนุนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งเตรียมมาตรการสำคัญ อาทิ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การเปิดทางน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นอกจากนี้ รมว.สุชาติ ยังสั่งการให้จัดตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ เพื่อรับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก แบ่งพื้นที่ให้แต่ละคณะ ติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ประเมินปัญหาและอุปสรรคอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมและรายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”










กรมลดโลกร้อน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และบ้านไม้ชายเลน รีสอร์ท จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเสริมสร้างการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานแบบบูรณาการ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย การบรรยาย การเสวนา การอภิปราย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ ได้แก่ การบรรยายเรื่องการพัฒนาระบบแบบจำลองเมืองเสมือนจริง (Digital Twin) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวฯ กิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่าย Adaptation Networking และเวที CEO TALK ในหัวข้อ Climate Leadership ขับเคลื่อนอนาคตภูมิอากาศไทย รวมถึงได้จัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ด้วยแนวคิด NbS และเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บคาร์บอน อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”







