รับสมัครจ้างเหมาบุคลากรช่วยปฏิบัติงาน (สำนักงานเลขานุการกรม)

รับสมัครจ้างเหมาบุคลากรช่วยปฏิบัติงาน

(สำนักงานเลขานุการกรม)

 

ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป   1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี (สาขาการบัญชี สาขาเศรษฐศาสตร์หรือที่เกี่ยวข้อง)

อัตราเงินเดือน : 15,000 บาท/เดือน

ประกาศคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. กรุงเทพมหานคร ทุกระดับ

ประกาศคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. กรุงเทพมหานคร
ประกาศคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. ระดับเขต
ประกาศคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. ระดับกลุ่ม

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน ระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 69_000339

ประกาศรับสมัครบุคลากร (พนักงานจ้างเหมาบริการ) ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม (ปริญญาตรี) จำนวน 1 อัตรา (เงินเดือน 15,000 บาท) กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ประกาศรับสมัครบุคลากร (พนักงานจ้างเหมาบริการ)

ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม (ปริญญาตรี) จำนวน 1 อัตรา

เงินเดือน : 15,000 บาท

กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติ : อายุไม่เกิน 35 ปี

วุฒิการศึกษา : วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมหรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทักษะ :

  • มีความรู้ความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • มีทักษะในเรื่องการจัดประชุม การจัดเตรียมวาระการประชุม การตดิต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดทำสรุปรายงานการประชุม
  • สามารถประสานงานกับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานระหว่างประเทศ รวมทั้งจัดทำหนังสือราชการ และสามารถปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
  • มีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับดี

หลักฐานการสมัคร :

1. รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ ถ่ายไม่เกินระยะเวลา 6 เดือน

2. หลักฐานการศึกษา ใบแสดงผลการเรียน วุฒิการศึกษา และใบรับรองอื่น ๆ ถ้ามี พร้อมสำเนา

3. สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาเอกสารราชการต่าง ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลายเซ็นทุกฉบับ

 

รายงานสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของประเทศไทย ปี 2568 (Thailand’s Climate Change Report 2025)

รมว.ทส. มอบ ปลัดรวีวรรณ เปิดงานครบรอบ 3 ปี กรมลดโลกร้อน มอบ 4 นโยบายเด่นรับมือโลกเดือด พร้อมเปิดศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ (CCIC) ดึง Big Data ขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero 2050

               วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 3 พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานโดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านที่เปรียบเสมือนการเดินทางสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCIC) อย่างเป็นทางการ โดยมี นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย
               ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบต่อมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่ และเป็นภารกิจที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการจัดการปัญหาร่วมกันระดับโลก ยึดโยงการทำงานกับนโยบายของรัฐบาลทั้งในประเด็นของการกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี และการเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจของประเทศ ตลอดจนการวางรากฐานการพัฒนาระบบเตือนภัยและจัดการผลกระทบจากภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ ที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความสูญเสียและทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนได้โดยเร็วและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป้าหมายไว้เหล่านี้ อาจกล่าวได้ว่า สามปีแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเราต้องเร่งสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนกติกาทางการค้า รูปแบบการลงทุน การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนจาก “จุดเริ่มต้น เป็น การเดินทาง” ซึ่งการเดินทางนี้เรามีจุดหมายร่วมกันที่จะนำพาประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนไทย ตลอดจนสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสิ่งที่ให้ความสำคัญที่เกี่ยวกับการดำเนินงานเหล่านี้ คือ “การทำให้เป้าหมายเกิดผลในทางปฏิบัติขึ้นจริง” กับ 4 นโยบายสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในทุกด้าน การเร่งสร้างเครื่องมือเปลี่ยนผ่านการพัฒนาประเทศ และการยกระดับความร่วมมือร่วมใจกับทุกภาคส่วน รวมทั้งรู้สึกชื่นชมที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน “ศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ CCIC ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารกรมฯ เพื่อเป็นคลังข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ด้านภูมิอากาศของประเทศ (Climate Big Data Hub) ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศความละเอียดสูง เพื่อคาดการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้า และสนับสนุนศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
               และต้องขอแสดงความชื่นชมท่านอธิบดี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างกรมแห่งนี้ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ ตั้งแต่วันแรกจนก้าวขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยเฉพาะเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศ
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยได้ยกระดับการจัดการปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้จัดตั้ง “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” หรือ “กรมลดโลกร้อน” ขึ้น เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนซึ่งการจัดงานในวันนี้มีกิจกรรมที่สำคัญทั้งการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรมฯ ปีที่ 3 และการเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ CCIC ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมทั้งมอบนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมทั้งขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในวาระโอกาสสำคัญนี้
               ดร.พิรุณ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กรมฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาหน่วยงานให้เป็นศูนย์กลางของประเทศในการยกระดับการบริหารจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพและมีความคล่องตัว โดยต้องสามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงและมีความถี่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ โดยคำนึงถึงสถานการณ์และทิศทางการดำเนินงานที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การลงทุน และการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (LT-LEDS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา (Thailand’s Action Plan on Adaptation) เพื่อแปลงกรอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับพื้นที่และรายสาขา ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรอง รวมถึงระเบียบ หลักเกณฑ์ และกลไกที่จำเป็น เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงการดำเนินงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
               ความสำเร็จเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นจากการทำงานของกรมฯ หรือหน่วยงานภาครัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน พร้อมทั้งความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เครือข่ายเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา เครือข่าย G Green ภาคธุรกิจ และเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ควบคู่กับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการเสริมพลังการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment: ACE) เพื่อส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องและสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับประเทศไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“รมว.สุชาติ” สั่งเดินหน้าการเงินสีเขียวไทย มอบกรมลดโลกร้อนจับมือ สบน. ลุย SLB รุ่นที่ 2 เชื่อมเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก–การปรับตัว ยกระดับการเงินด้านภูมิอากาศสู่มาตรฐานสากล

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) หารือกับ นายพลช หุตะเจริญ ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน หรือ Sustainability-Linked Bond (SLB) รุ่นที่ 2 โดยเชื่อมโยงการระดมทุนภาครัฐกับเป้าหมาย NDC 3.0 ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               ที่ผ่านมา สส. ได้ร่วมกับ สบน. กำหนดตัวชี้วัดของ SLB รุ่นที่ 1 หรือ SLB406A ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 2.0 ของประเทศ ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30 จากกรณีปกติ และการเพิ่มจำนวนรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ที่จดทะเบียนใหม่ไม่น้อยกว่า 440,000 คัน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยมีการจำหน่ายครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 อายุ 15 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.70 นับเป็นการออกพันธบัตร SLB โดยรัฐบาลแห่งแรกในเอเชียและแห่งที่ 3 ของโลก ทั้งนี้ สบน. ได้ออกพันธบัตรรุ่นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีวงเงินคงค้างรวมเกินกว่า 200,000 ล้านบาท
               สำหรับ SLB รุ่นที่ 2 สส. ได้ร่วมกำหนดตัวชี้วัดที่ 1 โดยยกระดับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับ NDC 3.0 ซึ่งกำหนดให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี พ.ศ. 2578 หรือลดลงร้อยละ 47 จากระดับการปล่อยสุทธิในปี พ.ศ. 2562 ครอบคลุมการปล่อยจากทุกภาคส่วน รวมถึงการดูดกลับจากภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งนี้ รมว.ทส. มอบหมายให้ สส. เข้าร่วมกิจกรรม Soft Launch และ Roadshow ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงานและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน ก่อนการออก SLB รุ่นที่ 2 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2569

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์

Lifestyle product by ทสม. บัญชีรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม. และภาคี

e book แคตาลอค ทสม – ธาดา ชะมะผลิน Flip PDF | AnyFlip