รมว.สุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อน เร่งขยายความร่วมมือ ดึงพลังงานเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ผ่าน MOU: พลังงานทดแทน และ MOU: เกษตรสีเขียว

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เร่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC) และการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
               ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เดินหน้าหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผ่าน 2 MOU ได้แก่ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า บ้านอยู่อาศัย เกษตรกรรม และขนส่ง” ระหว่าง สส. และ พพ. และ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตรกรรม” ระหว่าง สส. พพ. และ 6 หน่วยงานสำคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร การยกระดับความร่วมมือระหว่าง สส. และ พพ. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดครอบคลุมครบทุกมิติเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ณ ห้องประชุมบัวหลวง อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก
               นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีเอกภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยได้กำชับทุกหน่วยงานให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคเศรษฐกิจในพื้นที่
               สำหรับการรับมืออุทกภัย ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ และสามารถสนับสนุนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งเตรียมมาตรการสำคัญ อาทิ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การเปิดทางน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
               นอกจากนี้ รมว.สุชาติ ยังสั่งการให้จัดตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ เพื่อรับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก แบ่งพื้นที่ให้แต่ละคณะ ติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ประเมินปัญหาและอุปสรรคอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมและรายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และบ้านไม้ชายเลน รีสอร์ท จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเสริมสร้างการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานแบบบูรณาการ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย การบรรยาย การเสวนา การอภิปราย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ ได้แก่ การบรรยายเรื่องการพัฒนาระบบแบบจำลองเมืองเสมือนจริง (Digital Twin) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวฯ กิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่าย Adaptation Networking และเวที CEO TALK ในหัวข้อ Climate Leadership ขับเคลื่อนอนาคตภูมิอากาศไทย รวมถึงได้จัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ด้วยแนวคิด NbS และเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บคาร์บอน อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. สั่งเร่งปรับปรุง LT-LEDS ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero 2050

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มีข้อสั่งการให้เร่งปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (LT-LEDS) ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050 พร้อมเน้นย้ำถึงการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จึงจัดให้มีการประชุมคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประธานคณะทำงานฯ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา (Sectoral focal point) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 100 คน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom meeting)
               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และสาระสำคัญของรายงานสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS Synthesis Report) ฉบับปี พ.ศ. 2566 และสถานะการจัดส่ง LT-LEDS ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ (ร่าง) LT-LEDS ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต อาทิ การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า การขยายตัวของ Data Center ความต้องการใช้ไฟฟ้าและความพร้อมของระบบไฟฟ้า ตลอดจนช่วงเวลาที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศจะถึงจุดสูงสุด (Peak Emissions) โดยรายละเอียดมาตรการและเป้าหมายรายสาขาจะถูกกำหนดได้อย่างชัดเจนในกระบวนการจัดทำ Action Plan สำหรับเป้าหมาย NDC 3.0 ในระยะต่อไป ทั้งนี้ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนจัดส่งต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

               วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) มอบหมายให้นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ คณะทำงานและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ สส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 20 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมดังกล่าว
               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 65/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคำสั่งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 318/2569 ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) แผนงานการติดตามการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 (SDG13) ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) แผนงานฯ ดังกล่าว และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะทำงานฯ ไปใช้ประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนงานดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนแจ้งเวียนให้คณะทำงานฯ ตรวจสอบและจัดทำเป็นแผนงานฯ ฉบับสมบูรณ์ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาตู้ดูดควันชนิดดักไอกรด จำนวน 2 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาตู้ดูดควันชนิดดักไอกรด จำนวน 2 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมลิฟต์ อาคารศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมลิฟต์ อาคารศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง