กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายหลักสูตร วพน. 24 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 24 ในหัวข้อ “Climate Change Policy Towards Net Zero”

               เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Climate Change Policy towards Net Zero” ภายใต้หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 24 (วพน. 24) ณ ห้อง Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และทิศทางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเชื่อมโยงกับบทบาทของภาคพลังงานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงและผู้นำจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการ และประชาชน เข้าร่วมการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 96 คน
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้กล่าวถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงและส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมนำเสนอทิศทางนโยบายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของนานาชาติที่มีผลต่อการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน รวมถึงการยกระดับการดำเนินงานของประเทศไทย ผ่าน NDC 3.0 และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล การระดมเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศ และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ในการวางกรอบการดำเนินงานของประเทศให้ครอบคลุมทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัว และกลไกทางเศรษฐศาสตร์ อาทิ ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาษีคาร์บอน คาร์บอนเครดิต กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน และกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยภาคพลังงานและภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล เทคโนโลยี การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับบริบทเศรษฐกิจโลกและกฎระเบียบด้านคาร์บอนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวดิจิทัล แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและทำกินชาวลับแล เดินหน้าสร้างสมดุลคนกับป่า

               วันนี้ (12 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้านโยบายแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า โดยมอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัลให้แก่ราษฎรผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหาร ทส. นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม ณ อาคารหอประชุมตลาดกลางผลไม้ OTOP ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
               ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชน โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงฯ ได้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
               สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่าไม้ถาวรและพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ มีประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน รวม 682 ราย 842 แปลง เนื้อที่ 4,932 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร 370 ราย 496 แปลง เนื้อที่ 2,054 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้านในตำบลแม่พูล ได้แก่ บ้านนอกด่าน หมู่ที่ 4 บ้านผามูบ หมู่ที่ 7 และบ้านมหาราช หมู่ที่ 11 และพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ 312 ราย 346 แปลง เนื้อที่ 2,878 ไร่ โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพและการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การมอบสมุดประจำตัวในรูปแบบดิจิทัลในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่ป่าไม้ถาวร สะท้อนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลการรับรองการอยู่อาศัยทำกินได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
               ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับรองการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน โดยกระทรวงฯ มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม เพื่อรักษาผืนป่าให้เป็นฐานทรัพยากรจของชุมชนและประเทศ และนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือ “คนอยู่ร่วมกับป่า” อย่างสมดุลและยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติ สั่งการกรมลดโลกร้อน ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ในสัปดาห์ที่ 18

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ให้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อย่างต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่ 18 โดยมุ่งเน้นให้เกิดความชัดเจนและต่อเนื่อง มีความครบถ้วนรอบด้าน สามารถช่วยให้ประเทศไทยวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว สำหรับความคืบหน้าในสัปดาห์นี้คณะกรรมการได้พิจารณาร่างกฎหมาย ในหมวด 8 ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้วเสร็จ และเริ่มพิจารณาวัตถุประสงค์ หลักการและสาระสำคัญของหมวด 9 กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นกลไกรักษาสมดุลต่อระบบเศรษฐกิจเพื่อป้องกันการย้ายฐานการผลิต และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปต่างประเทศ หรือการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศเข้ามาแทนที่สินค้าชนิดเดียวกันที่ผลิตภายในประเทศไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”