กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีเปิดอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี รุ่นที่ 54” มุ่งขับเคลื่อนภารกิจภายใต้ “ทส.หนึ่งเดียว”

               วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมสัมมนาร่วมกัน หลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี รุ่นที่ 54” พร้อมให้โอวาทและแนวทางการทำงานแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีดังกล่าวด้วย ซึ่งผู้ที่อบรมครั้งนี้เป็นข้าราชการบรรจุใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ จาก 2 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ รวมทั้งสิ้น 105 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               โอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการบรรจุใหม่ โดยเน้นย้ำให้ทุกคนภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมยึดมั่นในหลัก “ทส. หนึ่งเดียว” เพื่อขับเคลื่อนภารกิจอย่างเป็นเอกภาพ รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นมืออาชีพ ให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาและการตรงต่อเวลา คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ ปตท.สผ. ร่วมหารือกับ กรมสรรพากร เดินหน้าผลักดันสิทธิประโยชน์ทางภาษี สนับสนุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS

               วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการนำร่องเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งอาทิตย์ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และนายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และเจ้าหน้าที่จาก สส. กรมสรรพากร ชธ. และปตท.สผ. ณ ห้องประชุมพระอุเทน 5 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร
               ในการประชุม สส. ได้รายงานความสำคัญและความก้าวหน้าการดำเนินโครงการนำร่องเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งอาทิตย์ (โครงการนำร่องอาทิตย์ CCS) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่บรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564–2573 โดยมีเป้าหมายการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2573 ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการจัดทำแบบก่อสร้างทางวิศวกรรม และมีแผนเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 ในการผลักดันสิทธิประโยชน์ทางภาษี สส. ได้ร่วมกับ กรมสรรพากร ชธ. และ ปตท.สผ. ศึกษาและพิจารณารูปแบบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS และให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกฯ ภายใต้คณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก

ผลการประชุมหารือ
               ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการนำค่าใช้จ่ายของโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้ 2 เท่า พร้อมมอบหมายให้ ปตท.สผ. ทบทวนรายจ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และจัดทำข้อมูลต้นทุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ให้มีความครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ก่อนนำเสนอต่อคณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ขอเชิญชวนภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ ร่วมรับชมและติดตาม “พิธีเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Information Center: CCIC)” ศูนย์กลางคลังข้อมูล Big Data ด้านภูมิอากาศระดับประเทศ

               🌍 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ ร่วมรับชมและติดตาม “พิธีเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Information Center: CCIC)” ศูนย์กลางคลังข้อมูล Big Data ด้านภูมิอากาศระดับประเทศ

🗓 วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 > ⏰ เวลา 14.00 – 15.00 น.
📡 รับชมการถ่ายทอดสด ได้ทาง Facebook Page: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

               ✨ ก้าวสำคัญสู่ Net Zero การเปิดตัวคลังข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ (Climate Big Data Hub) เชื่อมโยงข้อมูลระดับโลก ประเทศ และรายพื้นที่ 76 จังหวัด ผ่านศูนย์ปฏิบัติการประมวลผลข้อมูล (War Room) ในการติดตามความเสี่ยง ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าระยะยาวด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ และการกำหนดทิศทางนโยบายเชิงรุกของประเทศได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน 🌱✨

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ต้อนรับคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและยกระดับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นประธานกล่าวต้อนรับ Mr. Immalar Inthaboualy รองอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อม (Department of Environment: DOE) และคณะศึกษาดูงานจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีเจ้าหน้าที่ สส. ผู้แทนจากสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (GGGI) และผู้แทนจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมหารือรวมกว่า 50 คน
               ดร.พิรุณฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนากรอบนโยบายและกฎหมาย การพัฒนาตลาดคาร์บอน การดำเนินงานภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส (Article 6 of the Paris Agreement) การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตระดับภูมิภาค ภายใต้โครงการ High Integrity ASEAN Carbon Initiative ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานและเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั้งสองประเทศในอนาคต ในโอกาสนี้ ผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้นำเสนอการดำเนินงานในหัวข้อ “Foundation on Carbon Market Engagement in Thailand” ซึ่งได้รับความสนใจจากคณะศึกษาดูงานเป็นอย่างยิ่ง โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

               วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับรองรับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมด้วย นางนิติภา วรพันธ์ตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก เจ้าหน้าที่กลุ่มติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากนิติบุคคล จำนวนรวม 100 ราย ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
               การประชุมจัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อระบบสารสนเทศการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการพัฒนาโดยนำข้อเสนอแนะจากการประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนิติบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งผลจากการทดสอบการใช้งานระบบจาก 52 นิติบุคคลนำร่อง โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในหลายประเด็น อาทิ กระบวนการดำเนินงาน การทวนสอบของนิติบุคคล วิธีการรายงาน และกรอบระยะเวลาการรายงานข้อมูล เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการดำเนินงานตามร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. หมวด 6 ส่วนที่ 2 อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีแผนดำเนินการจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้งานระบบให้แก่กลุ่มนิติบุคคล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานระบบ ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุม (Focus group) แนวทางและตัวชี้วัดในการลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทน

               วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม Focus group แนวทางและตัวชี้วัดในการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทนภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางและตัวชี้วัดในการติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC Tracking) ให้สอดคล้องกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (National GHG Inventory) ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและหารือแนวทางและตัวชี้วัดสำหรับการติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC Tracking) ของกลุ่มมาตรการพลังงานทดแทนให้มีความสอดคล้องกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (National GHG Inventory) ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การติดตามผลการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กลุ่มมาตรการที่นำมาหารือในการประชุมครอบคลุม 4 มาตรการสำคัญด้านพลังงานสะอาด ได้แก่ การใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) และการใช้เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ที่ปรึกษาโครงการจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บรรยายแนวทางและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน รวม 22 หน่วยงาน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแนวทางและตัวชี้วัดที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และสามารถนำไปใช้ในการติดตามประเมินผล และรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
               โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการยกระดับระบบ NDC Tracking ให้สามารถเชื่อมโยงกับข้อมูล National GHG Inventory และรองรับการดำเนินงานตามแนวทางการจัดทำข้อมูลเพื่อส่งเสริมความชัดเจน ความโปร่งใส และความเข้าใจ (Information to Facilitate Clarity, Transparency, and Understanding: ICTU) ภายใต้ความตกลงปารีส ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้ NDC รวมทั้งใช้ประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายใต้ NDC 3.0 แผนการลงทุน (Investment Plan) และการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อน เร่งขยายความร่วมมือ ดึงพลังงานเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ผ่าน MOU: พลังงานทดแทน และ MOU: เกษตรสีเขียว

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เร่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC) และการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
               ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เดินหน้าหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผ่าน 2 MOU ได้แก่ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า บ้านอยู่อาศัย เกษตรกรรม และขนส่ง” ระหว่าง สส. และ พพ. และ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตรกรรม” ระหว่าง สส. พพ. และ 6 หน่วยงานสำคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร การยกระดับความร่วมมือระหว่าง สส. และ พพ. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดครอบคลุมครบทุกมิติเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ณ ห้องประชุมบัวหลวง อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก
               นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีเอกภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยได้กำชับทุกหน่วยงานให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคเศรษฐกิจในพื้นที่
               สำหรับการรับมืออุทกภัย ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ และสามารถสนับสนุนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งเตรียมมาตรการสำคัญ อาทิ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การเปิดทางน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
               นอกจากนี้ รมว.สุชาติ ยังสั่งการให้จัดตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ เพื่อรับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก แบ่งพื้นที่ให้แต่ละคณะ ติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ประเมินปัญหาและอุปสรรคอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมและรายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และบ้านไม้ชายเลน รีสอร์ท จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเสริมสร้างการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานแบบบูรณาการ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย การบรรยาย การเสวนา การอภิปราย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ ได้แก่ การบรรยายเรื่องการพัฒนาระบบแบบจำลองเมืองเสมือนจริง (Digital Twin) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวฯ กิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่าย Adaptation Networking และเวที CEO TALK ในหัวข้อ Climate Leadership ขับเคลื่อนอนาคตภูมิอากาศไทย รวมถึงได้จัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ด้วยแนวคิด NbS และเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บคาร์บอน อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. สั่งเร่งปรับปรุง LT-LEDS ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero 2050

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มีข้อสั่งการให้เร่งปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (LT-LEDS) ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050 พร้อมเน้นย้ำถึงการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จึงจัดให้มีการประชุมคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประธานคณะทำงานฯ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา (Sectoral focal point) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 100 คน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom meeting)
               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และสาระสำคัญของรายงานสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS Synthesis Report) ฉบับปี พ.ศ. 2566 และสถานะการจัดส่ง LT-LEDS ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ (ร่าง) LT-LEDS ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต อาทิ การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า การขยายตัวของ Data Center ความต้องการใช้ไฟฟ้าและความพร้อมของระบบไฟฟ้า ตลอดจนช่วงเวลาที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศจะถึงจุดสูงสุด (Peak Emissions) โดยรายละเอียดมาตรการและเป้าหมายรายสาขาจะถูกกำหนดได้อย่างชัดเจนในกระบวนการจัดทำ Action Plan สำหรับเป้าหมาย NDC 3.0 ในระยะต่อไป ทั้งนี้ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนจัดส่งต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”