กรมลดโลกร้อน เสริมพลังเครือข่าย ทสม.จัดทำแผนปฏิบัติการเครือข่าย ทสม.เชิงพื้นที่ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2569 – 2573) ครั้งที่ 3 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ

               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานและบูรณาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม.ครั้งที่ 3 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมเดอะพาร์ค โฮเทล จ.พิษณุโลก โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเครือข่าย ทสม.ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2569 – 2573) รวมทั้งแผนสนับสนุนด้านการเงิน แหล่งทุนสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่าย ทสม. และเป็นการเสริมสร้างกลไกการขับเคลื่อน เครือข่าย ทสม. ในการดำเนินกิจกรรมเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินงาน ไปในทิศทางเดียวกันทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มโซนจังหวัด 6 กลุ่ม (กลุ่มจังหวัดภาคอีสานเหนือและกลุ่มจังหวัดภาคอีสานใต้ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก) ที่สำคัญเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และเสริมศักยภาพผู้นำเครือข่าย ทสม. ในการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จัดประชุมเสริมพลังเครือข่าย สู่การรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

               กระทรวงทรัพยากรธธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนเปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมศักยภาพเครือข่ายร่วมพัฒนาเมืองสิ่งเวดล้อมยั่งยืน ณ โรงแรมทีเค พาเลช แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2568 โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งการประชุมฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการประเมินผลงานตามเกณฑ์การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน รวมทั้งแลกปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์ทำงานร่วมกัน และบูรณาการขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันและสามารถเป็นเครือข่ายในการให้คำปรึกษาแนะนำยกระดับการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกิจกรรมในการประชุม ประกอบด้วย การอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเมือง การเสวนาจากทางผู้แทนหน่วยงาน ผู้นำท้องถิ่น และผู้บริหารจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรยายแนวทางการประเมินและชี้แจงการอำนวยการตรวจประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2568 ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่และระดับประเทศ (ประเภทพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ) เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 80 คน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation) ตัวช่วยในภารกิจด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               ในขณะที่โลกต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องมีการดำเนินการเพื่อสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของผู้คนซึ่งรู้สึกถึงผลกระทบอยู่แล้ว และผู้ที่ได้รับผลกระทบในไม่ช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความพยายามในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศจะต้องขยายขอบเขตอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องชุมชนที่เปราะบาง ตั้งแต่การสร้างกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันน้ำท่วม ไปจนถึงการฟื้นฟูป่าที่รักษาแหล่งน้ำ และการปลูกพืชที่ทนทานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศทั่วโลกยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แม้ว่าเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) จะรวมอยู่ในข้อตกลงปารีสในปี 2558 แต่ยังคงยังขาดเป้าหมายการปรับตัวที่วัดได้และปริมาณ รวมถึงมาตรการในการระดมเงินทุน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างศักยภาพ (ที่เรียกว่า “วิธีการดำเนินการ”) ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนผลลัพธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง
               ​เป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัว อาจจะเข้าใจได้ยาก แต่ก็อาจเปรียบได้กับการเดินทางไปสู่จุดหมายที่ต้องอาศัย แผนที่ หรือ ระบบการนำทางด้วยดาวเทียม (GPS) ที่ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาและงบประมาณ ในการเดินทาง ดังนั้นเป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัว คือตัวชี้วัดที่ใช้วัดความสำเร็จในระดับนานาชาติ ที่ทำให้ทุกประเทศสามารถกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย GGA เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น
               ​กรอบงาน GGA เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องสร้างความยืดหยุ่น เช่น อาหาร น้ำ และสุขภาพ ประเด็นที่เกี่ยวข้องเหล่านี้สามารถช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างลำดับความสำคัญในการปรับตัวในระดับชาติและระดับโลก นอกจากนี้กรอบงานยังกำหนดเป้าหมายการพัฒนาและดำเนินการแผนการปรับตัวระดับชาติและนโยบายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งรวมถึง การติดตาม ประเมินผล และการเรียนรู้ (MEL): ภายในปี 2030 ที่ได้ออกแบบ จัดตั้ง และดำเนินการระบบสำหรับการติดตาม ประเมินผล และการเรียนรู้สำหรับความพยายามในการปรับตัวของประเทศ
​               อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจาก GGA คือ ทำให้ประเทศไทยสามารถดำเนินการปรับตัวที่ทันต่อสถานะการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของประเทศไทย และสามารถดูแลประชากรกลุ่มเปราะบางเช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นที่ ประชากรในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรที่อ่อนไหวต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ให้มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ โดยประชากรกลุ่มนี้ควรมีอำนาจในการตัดสินใจที่แท้จริง รวมถึงการตัดสินใจด้านงบประมาณ โดยกำหนดว่าจะดำเนินการแทรกแซงการปรับตัวใดในชุมชนของตน โดยใคร และด้วยวิธีใด

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– United Nations Climate Change, UNFCCC, Global goal on adaptation.
– World Resources Institute, Understanding the Paris Agreement’s ‘Global Goal on Adaptation’

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมืออาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ในการลดก๊าซมีเทน (AKCMM) ครั้งที่ 2/2568

               วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการความร่วมมืออาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ในการลดก๊าซมีเทน (ASEAN-Korea Cooperation on Methane Mitigation: AKCMM) ครั้งที่ 2/2568 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมพิจารณาคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมในการทำ Feasibility เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินการจริง ซึ่งที่ประชุมให้ความสนใจการศึกษาโครงการลดการปล่อยก๊าซมีเทนในกระบวนการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง และโครงการลดก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบโดยการกักเก็บและนำก๊าซชีวภาพไปผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมโครงการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงวันลาย และโครงการลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการรั่วไหลในกระบวนการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดักจับการรั่วไหล เพื่อนำมาพิจารณาต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ดร.เฉลิมชัย นำคณะผู้บริหาร ทส. เยือน Bioparc Valencia ขยายความร่วมมือ ยกระดับสวนสัตว์ไทยสู่มาตรฐานโลก ขับเคลื่อน Climate Action และEco-based System อย่างเป็นรูปธรรม

               เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารฯ เข้าศึกษาดูงาน ณ Bioparc Valencia ราชอาณาจักรสเปน ซึ่งเป็นสวนสัตว์เชิงนิเวศชั้นนำของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Zoo-immersion หรือการออกแบบพื้นที่จัดแสดงสัตว์โดยจำลองระบบนิเวศตามธรรมชาติแบบเสมือนจริง ภายใต้หลักการ Eco-based System ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงของสัตว์ พืช สิ่งแวดล้อม และผู้เข้าชมอย่างกลมกลืน สร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ควบคู่กับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Low Carbon Zoo ที่มุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ การใช้พลังงานสะอาด ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และดำเนินมาตรการ Zero Food Waste อย่างเป็นระบบ โดยมีนายโวสิต วรทรัพย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ให้การต้อนรับและนำชมพื้นที่
               ในการนี้ คณะฯ ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ Fundación Bioparc ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลสัตว์ การออกแบบนิทรรศการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการบริหารจัดการสวนสัตว์ การแลกเปลี่ยนความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสวนสัตว์ของประเทศไทยสู่ระดับสากล พร้อมสนับสนุนบทบาทของประเทศในการขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อนมอบรางวัล Miss Climate Change ในงานประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2568

               เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงานประกวด นางสาวไทย 2568 รอบตัดสิน (Final Competition) ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2568 พร้อมประกาศผล Miss Climate Change 2025 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว และเป็นผู้มอบโล่และสายสะพายให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2568 ที่ได้รับเลือกเป็น Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน ได้แก่ 1.นางสาวไทย ประจำปี 2568 นางสาวโชตินภา แก้วจำรูญ 2.นางสาวชรัญญา เพชรสุวรรณนาคะ นางสาวไทยพิษณุโลก 3. นางสาวโชติกา ดอกแก้วกลาง นางสาวไทยนครราชสีมา 4.นางสาวสวรรณกมล รัตนวุฒิรัตน์ นางสาวไทยนครสวรรค์ และ 5.นางสาวไอรีน อินสด นางสาวไทยอุตรดิตถ์ ซึ่ง Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญและขับเคลื่อนกิจกรรมในการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกิดเป็นกระแสสังคมในวงกว้าง นำไปสู่สังคมทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

24 พฤษภาคม วันป่าชุมชนแห่งชาติ

               พื้นที่ป่าชุมชนแห่งชาติ คือพื้นที่ป่าไม้ที่ได้รับการจัดการโดยชุมชนและประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกันกับรัฐบาลในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เมื่อปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยมีป่าชุมชนกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค จำนวนมากกว่า 12,000 แห่ง รวมเนื้อที่กว่า 6.8 ล้านไร่ มีประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากป่าชุมชน กว่า 5 ล้าน ครัวเรือน โดยชุมชนได้ร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บำรุงรักษา ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนในรูปแบบของป่าชุมชน สอดคล้องกับวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
“ป่าชุมชน” ช่วยลดโลกร้อนอย่างไร ?
               🌳 ต้นไม้ดูดซับคาร์บอน – ช่วยลดก๊าซ CO₂ ที่เป็นสาเหตุหลักของโลกร้อน
               💦 สร้างความชื้น ลดอุณหภูมิ – ทำให้อุณหภูมิโดยรอบป่าชุมชนเย็นลงโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
               💦 อนุรักษ์แหล่งน้ำ ดิน และความหลากหลายทางชีวภาพ
               💵 ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ในวันป่าชุมชนแห่งชาตินี้ เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดย..
               ✔️ ปลูกต้นไม้ และอนุรักษ์ป่าชุมชนโดยรอบ
               ✔️ สนับสนุนสินค้าชุมชนจากทรัพยากรป่าอย่างยั่งยืน
               ✔️ แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับป่าไม้ชุมชนดี ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
“ป่าชุมชนไม่ใช่แค่เรื่องของป่า แต่เป็นเรื่องของ มนุษย์กับอนาคตของโลกใบนี้”

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 24 พฤษภาคม วันป่าชุมชนแห่งชาติ
– กรมป่าไม้, กลยุทธ์และความท้าทาย การส่งเสริมจัดตั้งและบริหารจัดการป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เพื่อรองรับเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศไทย

DCCE จับมือ TEI จัดการประชุมรับฟังความเห็น พัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (CRI) ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

               วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการประชุมรับฟังความเห็น (Focus group) เพื่อพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย (Climate Risk Index CRI) โดยใช้กรอบแนวคิดของ Germanwatch ภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางและศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.จำลอง โพธ์บุญ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกว่า 80 คน
               การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อนำเสนอกระบวนการและกรอบการพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและผลวิเคราะห์ข้อมูลการจัดทำ CRI โดยใช้ข้อมูลจากจำนวนผู้เสียชีวิต ผลกระทบ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติ สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของข้อมูลที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่าง อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายตามแนวทาง/กรอบการศึกษาการพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

23 พฤษภาคม วันเต่าโลก World Turtle Day

               “วันเต่าโลก” (World Turtle Day) ได้ถูกกำหนดขึ้นมาเมื่อ ปี พ.ศ.2543 จัดตั้งโดยองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล (American Tortoise Rescue) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์เต่า เนื่องจากเต่าเป็นสัตว์ที่มีปริมาณแนวโน้มลดลงทั่วโลก ทั้งเต่าบก เต่าน้ำจืด และเต่าทะเล โดยเต่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว แต่ในปัจจุบันเต่าอายุสั้นลง เป็นผลจากปัจจัยต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), มลพิษ, การล่า และพื้นที่อยู่อาศัยถูกคุกคาม จึงมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ร่วมกันอนุรักษ์เต่า และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเลที่ถูกทำร้ายให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ก่อนปล่อยกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกต้อง และร่วมกันอนุรักษ์เต่าอย่างจริงจัง
นอกจากนี้เราทุกคน สามารถช่วยอนุรักษ์เต่าและช่วยลดโลกร้อน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่มีต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกได้โดย….
               1. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น ใช้รถสาธารณะ เดิน หรือขี่จักรยานแทนรถยนต์ ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น
               2. อนุรักษ์แหล่งวางไข่ของเต่า โดยหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้รังเต่าหรือเดินเล่นในบริเวณที่มีร่องรอยเต่าขึ้นวางไข่ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลและการพัฒนาชายหาด ทำให้แหล่งวางไข่ของเต่าลดลง
               3. ลดขยะพลาสติก เนื่องจากผลวิจัยจากออสเตรเลียชี้ว่า ขยะพลาสติกในมหาสมุทรก่อความเสียหายร้ายแรงต่อความอยู่รอดของสัตว์ทะเล โดยในกรณีของเต่าทะเลนั้น การกินพลาสติกลงไป 1 ชิ้น มีความเสี่ยงจะต้องตายจากภาวะทางเดินอาหารอุดตันหรืออวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นถึง 22% ส่วนเต่าที่กินพลาสติกเข้าไป 14 ชิ้น ความเสี่ยงนี้จะพุ่งสูงขึ้นเป็น 50% และเมื่อในท้องเต่ามีพลาสติกรวมกันเกินกว่า 200 ชิ้น เต่าตัวนั้นจะต้องเสียชีวิตลงอย่างแน่นอนโดยไม่มีทางแก้ไขหรือรักษาได้
มาร่วมรณรงค์ และปรับพฤติกรรมของเราตั้งแต่วันนี้ เพื่อเต่าทั่วโลก รวมทั้งโลกใบนี้ของเรา

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 23 พฤษภาคม “วันเต่าโลก” ชวนมาร่วมกันอนุรักษ์เต่า
– กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, วันที่ 23 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันเต่าโลก (World Turtle Day)”
– NATIONAL GEOGRAPHIC, 23 พฤษภาคม วันเต่าโลก (World Turtle Day)

เตรียมตัวให้พร้อมกับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2568“ ภายใต้แนวคิด “Beat Plastic Pollution : Ending global plastic pollution” “ใช้พลาสติกอย่างเข้าใจ เปลี่ยนประเทศไทยให้ยั่งยืน“

เตรียมตัวให้พร้อมกับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2568“ 🌏
ภายใต้แนวคิด “Beat Plastic Pollution : Ending global plastic pollution” “ใช้พลาสติกอย่างเข้าใจ เปลี่ยนประเทศไทยให้ยั่งยืน“

📍 พบกัน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🎥 และถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
พลาสติกกำลังคุกคามโลกและชีวิตเรา!
               รู้ไหมว่าพลาสติกปนเปื้อนไปทุกหนแห่ง แม้แต่ในร่างกายเรา ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันยุติมลพิษพลาสติก เพื่อโลกที่สะอาดและอนาคตที่ยั่งยืน
สิ่งที่คุณทำได้ง่ายๆ วันนี้:
               ลด : ใช้ถุงผ้า ขวดน้ำส่วนตัว กล่องอาหาร แทนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
               แยก : คัดแยกขยะพลาสติกให้ถูกประเภทเพื่อนำไปรีไซเคิล
               เลือก : สนับสนุนสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”