โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถอดบทเรียน “พื้นที่ปฏิบัติที่ดี (Good Practices)” สาขาสาธารณสุข

🏥องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
               พื้นที่เจอฤดูแล้งยาวนานและอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปัญหา “ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)” ที่รุนแรงขั้นวิกฤต รวมถึงปัญหา “คลื่นความร้อน” (Heatwave) พื้นที่ปรับตัวด้วยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขให้มีความยืดหยุ่นและต้านทานต่อสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวเชิงระบบด้วยการใช้ข้อมูล (Data-driven) จากเซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศมาเชื่อมโยงกับระบบแจ้งเตือนภัยสุขภาพล่วงหน้า การเชื่อมโยงตัวชี้วัดภายใต้โครงการฯ เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 4 การเพิ่มศักยภาพการปรับตัวให้ประชาชน (ตัวชี้วัด : จำนวนชุมชนเครือข่ายขยายผลการจัดการน้ำชุมชนนอกเขตชลประทาน) และเชื่อมโยงตัวชี้วัด GGA : 10b06 สัดส่วนรัฐบาลท้องถิ่นที่บูรณาการการปรับตัวเข้ากับนโยบาย

🏥โรงพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
               โรงพยาบาลปรับตัวเชิงโครงสร้าง เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วม ยกระดับอาคาร และระบบไฟฟ้าสำรอง ควบคู่กับการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางบริการ (BCP) และระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน เชื่อมโยงตัวชี้วัดประเด็นที่ 4 การสาธารณสุข (ตัวชี้วัด : จำนวนหน่วยงานสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลที่มีแผนรับมือภัยพิบัติและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง) และ ตัวชี้วัด GGA : 10a01 จำนวนภาคีที่บูรณาการการปรับตัวเข้ากับแผนงาน (การที่โรงพยาบาลจัดทำแผน BCP และแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ) และ 9a03 สัดส่วนโครงสร้างพื้นฐานน้ำและสุขาภิบาลที่ทนต่อสภาพภูมิอากาศ

🏥ชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ กทม.
               มีความเสี่ยงจากภาวะความร้อนจัดที่กระทบต่อกลุ่มเปราะบาง ความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ราบต่ำ และปัญหาฝุ่น โดยชุมชนเน้นการปรับตัวที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ มี “ห้องปลอดฝุ่น” และหน้ากากอนามัยที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเพื่อรับมือ PM2.5 ปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ (ราวจับ/กระเบื้องกันลื่น) การให้ความรู้เรื่องการรับมือภัยความร้อน (Heat Stress) เชื่อมโยงตัวชี้วัดประเด็นที่ 4 การสาธารณสุข (ตัวชี้วัด : จำนวนหน่วยงานสาธารณสุข หรือ โรงพยาบาลที่มีแผนรับมือภัยพิบัติและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง) ตัวชี้วัด GGA : 10c03 จำนวนผู้ได้รับผลกระทบทางสุขภาพและสังคมลดลง (จากการเตรียมห้องปลอดฝุ่นและดูแลกลุ่มเปราะบาง) 10c04 การลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (ผ่านการสร้างรายได้จากธนาคารขยะและลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร) และ 10a01 การเป็นชุมชนต้นแบบที่มีการบูรณาการแผนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง

แหล่งอ้างอิง
โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถอดบทเรียน “พื้นที่ปฏิบัติที่ดี (Good Practices)” สาขาการท่องเที่ยว

✈️ สำนักงานพื้นที่พิเศษ 4 (อพท.4) อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (จังหวัดสุโขทัย)
               พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำยมซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อ “ภาวะน้ำท่วมและน้ำหลาก” และสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยวและทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่ได้ปรับตัวผ่านการนำ “ภูมิปัญญาการจัดการน้ำโบราณ” มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิศวกรรมสมัยใหม่ โดยใช้ “ตระพัง” (สระน้ำโบราณ) เป็นพื้นที่แก้มลิงหน่วงน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วม มีการปรับเปลี่ยนเวลาและเส้นทางท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 3 การท่องเที่ยวที่ยืดหยุ่น (การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนให้มีขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ) และตัวชี้วัด GGA : 9c02 สัดส่วนของภาคการท่องเที่ยวที่มีแผนการปรับตัว (Proportion of the tourism sector with an Adaptation plan) และอาจเชื่อมโยงไปถึงการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

✈️ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดน่าน
               การท่องเที่ยวจังหวัดน่านได้รับผลกระทบจาก การลดลงของพื้นที่ป่า การขาดแคลนน้ำ หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน น้ำท่วม และสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายและสุขภาพของนักท่องเที่ยว ป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยการหารือเรื่องการจัดการไฟป่าและเชื้อเพลิงอย่างมีส่วนร่วม และการพัฒนาระบบเตือนภัยและข้อมูล มีการปรับตัวโดยใช้ “พื้นที่สีเขียว” เป็นกลไกในการลดอุณหภูมิเมือง เชื่อมโยงตัวชี้วัดในประเด็นที่ 3 การสนับสนุนกลไกสำหรับการท่องเที่ยว (จำนวนกิจกรรมหรือการฝึกอบรมที่จัดขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างยั่งยืน) และตัวชี้วัด GGA : 9d03 สัดส่วนประชากรที่ได้รับประโยชน์จากบริการทางวัฒนธรรมฐานธรรมชาติ และ 10c08 ขอบเขตที่การเสริมสร้างขีดความสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของชุมชน

แหล่งอ้างอิง
โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ณ จังหวัดอุตรดิตถ์

               วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และผู้นำชุมชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
               นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถสร้างรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
               นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบสมุดประจำตัวในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดินให้กับประชาชน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในอำเภอลับแล ที่ได้รับสมุดรับรองสิทธิและสามารถนำไปใช้ขอการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร ทำให้ทุเรียน “หลิน-หลง ลับแล” ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มาจากการบุกรุกป่า ส่งผลให้ผลผลิตไม่ถูกกดราคาและมีผู้สั่งจองล่วงหน้าข้ามปี

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถอดบทเรียน “พื้นที่ปฏิบัติที่ดี (Good Practices)” สาขาการเกษตรและความมั่นคงอาหาร

🟢 วิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว จังหวัดชัยนาท
               เกษตรกรเผชิญภัยแล้งและต้นทุนการผลิตสูง จึงปรับใช้เทคโนโลยี IoT ร่วมกับการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง และพัฒนาพันธุ์พืชทนแล้ง ช่วยลดการใช้น้ำและเพิ่มผลผลิต เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 2 การปรับตัวในภาคเกษตร (ตัวชี้วัด : จำนวนแปลงเรียนรู้และเกษตรกรต้นแบบ) และ ตัวชี้วัด GGA : 9b03 สัดส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและทนทานต่อภูมิอากาศ

🟢 โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
               พื้นที่มีความเสี่ยงจากการชะล้างพังทลายของดินจากฝนหนัก จึงพัฒนาการเกษตรขั้นบันได การปลูกพืชคลุมดิน และการจัดการน้ำในแปลงเกษตรอย่างเหมาะสม ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและลดความเสี่ยงภัยธรรมชาติ เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 2 การปรับตัวในภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (ตัวชี้วัด : จำนวนพื้นที่เกษตรหรือเกษตรกรที่เข้าร่วมการทำเกษตรยั่งยืนบนพื้นที่สูง) และตัวชี้วัด GGA : 9b03 สัดส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและทนทานต่อภูมิอากาศ (ตัวชี้วัดหลัก) 9d04 พื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ (ตัวชี้วัดรอง จากการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ)

🟢 ฟาร์มโคนมคาร์บอนต่ำ จังหวัดสระบุรี
               พื้นที่เจอความเสี่ยงจากสภาวะอากาศร้อนจัด ส่งผลต่อสุขภาพของโคนม ปริมาณและคุณภาพของน้ำนมดิบ และปัญหาขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการปลูกพืชอาหารสัตว์ เกษตรกรจึงปรับตัวด้วยการจัดการสภาพแวดล้อมในโรงเรือน เช่น ติดตั้งพัดลมขนาดใหญ่และระบบพ่นละอองน้ำ การจัดการแหล่งน้ำสำรอง และปลูกแปลงหญ้าสายพันธุ์ที่ทนแล้ง เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 2 การปรับตัวในภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (ตัวชี้วัด : จำนวนพื้นที่เกษตรหรือฟาร์มปศุสัตว์ที่เข้าร่วมการทำเกษตรยั่งยืนและเท่าทันภูมิอากาศ) และ ตัวชี้วัด GGA : 9b03 สัดส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและทนทานต่อภูมิอากาศ

🟢 สมาคมการประมงสมุทรสาคร
               ชาวประมงเจอปัญหาอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ ซึ่งมีผลต่อสัตว์น้ำ และความผันผวนของสภาพอากาศทำให้จำนวน “วันออกเรือที่ปลอดภัย” ลดน้อยลง จึงปรับตัวด้วยการเปลี่ยนตารางเวลาการออกเรือและเครื่องมือให้สอดคล้องกับพฤติกรรมสัตว์น้ำที่เปลี่ยนไป มีการอาศัยระบบเตือนภัยล่วงหน้า เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 2 การปรับตัวในภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (ครอบคลุมมิติการประมง) และประเด็นที่ 1 การแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อม และตัวชี้วัด GGA : 9b03 สัดส่วนพื้นที่เกษตรกรรม (รวมถึงการผลิตอาหาร) ที่ยั่งยืนและทนทานต่อภูมิอากาศ และ 10a01 จำนวนภาคีที่มีการบูรณาการการปรับตัวและระบบเฝ้าระวังเตือนภัยเข้ากับแผนงาน

แหล่งอ้างอิง
โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569

               เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและฝ่ายเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
               คณะกรรมการฯ ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่
               1. เห็นชอบในหลักการต่อร่างกรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 – 2570 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเจรจาสำหรับผู้แทนไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 31 (COP 31) – สมัยที่ 32 (COP 32) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประจำปี พ.ศ. 2569 – 2570 โดยมอบหมายให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป
               2. เห็นชอบต่อร่างแนวทางการขับเคลื่อน Thailand CCS Hub ในพื้นที่นำร่องอ่าวไทยตอนบน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดโครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การดักจับและการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลเชิงนโยบายของ กนภ. โดยให้มีหน่วยประสานงานกลางทำหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงกฎหมายของระเบียบนโยบาย รวมถึงมาตรการที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินงานของประเทศในระยะยาว
               ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้วางแผนและเตรียมการขับเคลื่อนผลการประชุมดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กรอบการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก ที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ภายในปี พ.ศ. 2593 ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อนเร่ง Green Investment จับมือ ADB–EXIM ดันลงทุนเอกชนสู่ NDC 3.0

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเร่งขับเคลื่อน Green Investment เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมาย NDC 3.0
               วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณฯ หารือกับ Mr. Aaron Batten, Country Director สำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชียประจำประเทศไทย (ADB Thailand Resident Mission) ณ ห้องประชุม 304 ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ADB ได้นำเสนอความคืบหน้าโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ (Technical Assistance) ระยะที่ 2 ซึ่งรวมถึงแนวทางสนับสนุนการจับคู่ผู้ลงทุนจากต่างประเทศ (Investor Matching) เพื่อปิดช่องว่างการลงทุนภายใต้ NDC 3.0 รวมทั้งช่วยระดมเงินลงทุนและเทคโนโลยีต่างประเทศ สนับสนุนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยจะเร่งพัฒนาโครงการศักยภาพสูงในทุก Sectors จากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ตาม Conditional targets ของ NDC 3.0
               ในระยะถัดไป ADB ร่วมกับ EXIM Bank จะเสริมสร้างระบบการเงินด้านภูมิอากาศของไทยให้เข้มแข็ง โดยพัฒนา Green Investment Platform (GIP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินและองค์ความรู้ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนผ่านภาคธนาคาร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืนมากขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ และ SMEs เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงสามารถรองรับการปรับตัวต่อมาตรการการค้าระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และ European Union Deforestation Regulation (EUDR)
               ในการนี้ ดร.พิรุณฯ กล่าวเน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับการลงทุนและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมงานกับ ADB และ EXIM Bank จะช่วยผลักดันเป้าหมายเชิงนโยบายไปสู่การลงทุนที่เป็นรูปธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถอดบทเรียน “พื้นที่ปฏิบัติที่ดี (Good Practices)” สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ

💧องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
               พื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของฝนจึงพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำโดยใช้ข้อมูลดิจิทัลควบคู่โครงสร้างขนาดเล็ก เช่น ฝายแกนดินซีเมนต์ และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยกระจายน้ำอย่างทั่วถึง เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 4 การเพิ่มศักยภาพการปรับตัวให้ประชาชน (ตัวชี้วัด : จำนวนชุมชนเครือข่ายขยายผลการจัดการน้ำชุมชนบอกเขตชลประทาน) และเชื่อมโยงตัวชี้วัด GGA : 10b06 สัดส่วนรัฐบาลท้องถิ่นที่บูรณาการการปรับตัวเข้ากับนโยบาย

💧องค์การบริหารส่วนตำบลนาซาว อำเภอเมือง จังหวัดน่าน
               พื้นที่มีความเสี่ยงทั้งน้ำหลากและน้ำไม่เพียงพอจึงนำเทคโนโลยี GIS และ QR Code มาใช้บริหารจัดการแหล่งน้ำและฝาย รวมถึงมีการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมเกษตรแบบใช้น้ำน้อยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 4 การเพิ่มศักยภาพการปรับตัวให้ประชาชน (ตัวชี้วัด : จำนวนชุมชนเครือข่ายขยายผลการจัดการน้ำชุมชนนอกเขตชลประทาน) และตัวชี้วัด GGA : 10b06 สัดส่วนรัฐบาลท้องถิ่นที่บูรณาการการปรับตัวเข้ากับนโยบาย

💧ศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน
               การขาดข้อมูลน้ำที่แม่นยำทำให้การตัดสินใจล่าช้า พื้นที่จึงพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด ใช้ Data Analytics และแบบจำลองเพื่อพยากรณ์สถานการณ์น้ำและเตือนภัยล่วงหน้า สนับสนุนการวางแผนเชิงรุก เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 4 การเพิ่มศักยกาพการปรับตัวให้ประชาชน (ตัวชี้วัด: จำนวนจังหวัดที่สามารถใช้ข้อมูล เทคโนโลยีและสารสนเทศในการบริหารจัดการน้ำได้) และตัวชี้วัด GGA : 10a09 จำนวนจังหวัดที่ดำเนินการปรับตัวและบูรณาการเข้ากับนโยบาย

💧โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ
               พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและน้ำเค็มรุกล้ำจากน้ำทะเล จึงพัฒนาโครงการประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมการไหลของน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 1 การแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อม (ตัวชี้วัด : ระดับความเค็มในแม่น้ำสายหลัก) ตัวชี้วัด GGA : 9a08 การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำและความพร้อมของแหล่งน้ำ

💧ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน
               การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำสุดขั้ว จึงพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ด้วยการใช้ Big Data และระบบวิเคราะห์แบบ real-time เพื่อพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำระดับประเทศ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเตือนภัย เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 1 การเตือนและเตรียมความพร้อม (ตัวชี้วัด ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีและปริมาณน้ำในอ่างใช้การได้รายปี) และตัวชี้วัด GGA : 9a01 การเปลี่ยนเปลงระดับความเครียดน้ำ (Water stress levels) เมื่อเวลาผ่านไป

แหล่งอ้างอิง
โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน ขานรับนโยบาย รมว.ทส. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ สู่แผนชาติ 5 ปี

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เร่งบูรณาการสังคมคาร์บอนต่ำสู่ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) โดยวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดี สส. มอบหมายให้นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุม 521 อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
               การประชุมครั้งนี้มี ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ทำหน้าที่ประธานกรรมการ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบต่อสรุปแนวทางการพัฒนาด้านการจัดการมลพิษ และแนวทางการพัฒนาด้านสังคมคาร์บอนต่ำที่ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน คมนาคมขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ เกษตร และของเสีย ซึ่งสอดคล้องตามข้อสั่งการ รมว.ทส. ที่จะมุ่งยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม สร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และการประชุมครั้งถัดไปจะเป็นการพิจารณาประเด็นตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ ฉบับที่ 14 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2569

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

การวิเคราะห์ความเปราะบางและขีดความสามารถในการปรับตัว (Measuring Vulnerability & Adaptive Capacity)

               ✏️ การประเมินความเปราะบาง (Vulnerability Assessment) และขีดความสามารถในการปรับตัว (Adaptive Capacity) สำคัญต่อการกำหนดทิศทางของมาตรการปรับตัว ทั้ง การระบุพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Targeting) วิเคราะห์ลำดับความเร่งด่วน เพื่อจำแนกพื้นที่หรือประชากรกลุ่มเปราะบางที่เผชิญความเสี่ยงสูงสุด การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร (Resource Optimization) สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การบริหารงบประมาณและกำลังคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามบริบทความต้องการจริง และการออกแบบแนวทางการปรับตัวที่สอดคล้องกับบริบท (Context-specific Adaptation) นำข้อมูลที่ได้ไปสู่การกำหนดทางเลือกในการปรับตัวที่เหมาะสมกับศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ ช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความยั่งยืนของโครงการ

               🧑‍🧒 ความเปราะบาง (Vulnerability) ตามกรอบแนวคิดของ IPCC (AR4) คือ “ระดับที่ไม่มีความสามารถในการรับมือกับผลกระทบด้านลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ
               1. การเปิดรับ (Exposure) ลักษณะ ขอบเขต และอัตราการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ระบบต้องเผชิญ เป็น “ปัจจัยภายนอก” (External Factor) ที่กำหนดโดยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
               2. ความอ่อนไหว (Sensitivity) ระดับความรุนแรงที่ระบบจะตอบสนองต่อการกระตุ้นจากสภาพภูมิอากาศ เป็น “ปัจจัยภายใน” (Internal Factor) ที่สะท้อนถึงลักษณะทางกายภาพ สังคม หรือระบบนิเวศ เช่น สภาพโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่แข็งแรง หรือระบบพืชพรรณที่ทนแล้งได้ต่ำ
               3. ขีดความสามารถในการปรับตัว (Adaptive Capacity) ศักยภาพของระบบในการปรับเปลี่ยนเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง เกี่ยวข้องกับ “ทุนทางสังคมและทรัพยากร” (Resource & Capital) เช่น การเข้าถึงเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร งบประมาณ และความเข้มแข็งของสถาบัน/กฎหมาย

               📍การติดตามและประเมินความเปราะบางต้องมีมาตรฐานในการวัดและจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างพื้นที่วิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ บันทึกข้อมูลเพื่อการติดตามวัดผลต่อเนื่อง ดูความเปลี่ยนแปลงหรือความสำเร็จของมาตรการที่ลงไปในพื้นที่ และควรใช้ตัวชี้วัดที่เป็นร้อยละ

แหล่งอ้างอิง
1. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
2. คู่มือส่งเสริมการวิเคราะห์ขีดความสามารถและความเปราะบางที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

รมว.สุชาติ กำชับกรมลดโลกร้อนเร่งหาความชัดเจนกรอบเงินให้เปล่าจากเยอรมนี ก่อนการเจรจาจริงมิถุนายนนี้

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) เดินหน้าเร่งหาความชัดเจนกรอบจัดสรรเงินให้เปล่าจากรัฐบาลเยอรมนี สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย ในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ IKI Large Grant 2026
               เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณฯ พร้อมผู้บริหารได้ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู (Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Nuclear Safety and Consumer Protection: BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นครั้งที่ 2 โดยฝ่ายไทยได้นำเสนอข้อริเริ่ม “การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (Green Industrial Development in Hard-to-Abate Sectors)” วงเงิน 20 ล้านยูโร เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chains) รวมทั้งเตรียมความพร้อมต่อมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป และเชื่อมโยงสู่การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
               การหารือครั้งนี้สามารถสร้างความชัดเจนของกรอบการจัดสรรเงินสนับสนุนได้มากยิ่งขึ้น และเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อใช้เตรียมการสำหรับการเจรจาจัดทำกรอบจัดสรรเงินฯ อย่างเป็นทางการ ในการประชุม Bonn Climate Change Conference 2026 ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เดือนมิถุนายนนี้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”