กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569

          วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำโดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศละสิ่งแวดล้อม และนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมเกาะทองหลาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน
          โดยที่ประชุมได้นำเสนอภาพรวมโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง โดยการดำเนินกิจกรรมโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย 1) การจัดกรอบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การจัดทำแผนการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลาหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) การจัดทำแนวทางการติดตามและประเมินผลระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งและแนวทางการดำเนินงานมิติวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง 4) การประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ได้แก่ ระบบนิเวศป่าชายเลน หญ้าทะเล และปะการัง โดยมุ่งเน้นแนวทาง NbS 5) การจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความตระหนักรู้ในการบริหารจัดการระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ในการนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นต่อการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ การแต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่นำร่องจังหวัดชุมพร และแผนการดำเนินงานของโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026

          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับ Partnership on Transparency in the Paris Agreement (PATPA) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026 ระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร โดยมี Mr. Oscar Zarzo Head of PATPA Secretariat กล่าวต้อนรับ และดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย Dr. Timo Menniken Country Director of GIZ Thailand, Mr. Adam Coin Counsellor (Economic) of Australian Embassy in Thailand และ Mr. Joseph Teo Chief Negotiator for Climate Change of Ministry of Sustainability and the Environment of Singapore ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ จำนวน 20 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 55 คน
          การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ ข้อจำกัด ปัญหา และอุปสรรค ประสบการณ์ในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 1 (The First Biennial Transparency Report: BTR1) และการทบทวนรายงาน BTR1 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Technical Expert Review: TER) ตามกรอบความโปร่งใสขั้นสูง (Enhanced Transparency Framework : ETF) ตลอดจนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันและฝึกอบรมเชิงเทคนิคเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะ และความพร้อมในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 2 โดย อธิบดี สส. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับความโปร่งใสในการจัดทำ BTR1 สู่ BTR2 รวมทั้งการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เปลี่ยนจากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติ โดยการประชุมครั้งนี้เน้นการเปลี่ยนผ่านจากประสบการณ์ในการจัดทำ BTR1ไปสู่การเตรียมพร้อมสำหรับการจัดทำรายงาน BTR2 ซึ่งความโปร่งใสถือเป็นหลักการสำคัญของความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการผลักดันการดำเนินงานด้านภูมิอากาศในระดับโลก แม้จะยังมีความท้าทายในด้านการจัดการข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจก การติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัว การดำเนินงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือผ่านการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่า “จะไม่มีประเทศใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน มอบรางวัล Miss Climate Change ในงานประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงานประกวด นางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน (Final Competition) ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 พร้อมประกาศผล Miss Climate Change 2025 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว และเป็นผู้มอบโล่และสายสะพายให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ที่ได้รับเลือกเป็น Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน ได้แก่
นางสาวจิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทย ประจำปี 2569
นางสาวฤชาทร กิตติพรพานิช รองชนะเลิศอันดับ 1
นางสาวปวีณา เนียมรักษา รองชนะเลิศอันดับ 2
นางสาวณัฐวดี กาญจนโอภาษ รองชนะเลิศอันดับ 3
นางสาวรุ่งระวี ฉิมชาญเวช รองชนะเลิศอันดับ 4
ซึ่ง Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญและขับเคลื่อนกิจกรรมในการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกิดเป็นกระแสสังคมในวงกว้าง นำไปสู่สังคมทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ส่งเสริมการดำเนินงานเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังไฟป่าลดหมอกควัน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)

            กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่ายกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การเกษตร ที่พักดอยอินทนนท์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย จัดการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) และกิจกรรม “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” บูรณาการความร่วมมืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และพื้นที่โดยรอบ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า ลดปัญหาหมอกควัน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และศูนย์เรียนรู้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรม
          การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดในพิธี พร้อมด้วยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300 คน ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดจังหวัดเชียงใหม่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่าย ทสม. เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมสำคัญประกอบไปด้วย กิจกรรมรวมพลังป้องกันไฟป่า ลดหมอกควัน “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” 4 ความศรัทธา สู่การอนุรักษ์ (ศาสนาพุทธ คริสต์ ม้ง และปกาเกอะญอ) การมอบทุนสนับสนุนกิจกรรมเครือข่าย และป้ายเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ผสานความรู้และภูมิปัญญา” เฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควันและการส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) โดยมีข้อสรุปความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
          1)ประเด็นการจัดการไฟป่า–เชื้อเพลิงอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างอุทยานฯ ชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่และผู้ประกอบการ ภายใต้กรอบกฎหมายและปฏิทินการเผาที่เหมาะสม เพื่อลดฝุ่น PM2.5 เพื่อรักษาคุณภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของพื้นที่ดอยอินทนนท์ รวมถึงการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าการบูรณาการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่การอนุรักษ์ได้อย่างแท้จริง
          2) ประเด็นการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนโดยจัดตั้งคณะทำงานดอยอินทนนท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน Low Carbon อย่างเป็นระบบ จัดทำฐานข้อมูลกลาง แผนระยะสั้น – ยาว และยกระดับมาตรฐานที่พัก
–บริการ ควบคู่การลดคาร์บอนและกระจายรายได้ทั้งปี พร้อมใช้อัตลักษณ์ชาติพันธุ์และความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างต้นแบบพื้นที่นำร่องที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมให้ข้อมูลการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวและการวิเคราะห์ต้นทุนและราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมให้ข้อมูลในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยมี นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นประธานคณะทำงานฯ ณ ห้องประชุมปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ชั้น 6 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้ชี้ให้เห็นถึงการผลักดันกลไกทางเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) และภาษีคาร์บอน (Carbon tax) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี ค.ศ. 2035 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 กลไกดังกล่าวจะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการปล่อยคาร์บอน กระตุ้นให้ภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และคมนาคมหันไปใช้เทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน รวมทั้งแนวทางการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ และกลไกทางการเงินภายใต้ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ที่จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน เช่น กองทุนภูมิอากาศ และมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ต้อนรับเยาวชนจากโครงการ JENESYS

          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) ให้การสนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการ Japan – East Asia Network of Exchange for Students and Youths (JENESYS) ระยะที่ 3 เครือข่ายแลกเปลี่ยนเพื่อความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดกิจกรรม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมด้วยนางพรศรี มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป.ทส. เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
         กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทย ทั้งในประเด็นความท้าทายและการกำหนดเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ และการผลักดันมาตรการและกลไกที่เกี่ยวข้องเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำระดับประเทศและระดับภูมิภาคต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง อววน. ขับเคลื่อนกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 มุ่งสร้างนวัตกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายระดับสากล ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้เข้าร่วมนำเสนอผลักดันจนที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “ข้อเสนอนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)” ตามกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
          สำหรับกรอบและแผนงานวิจัยระยะ 5 ปีฉบับนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งจากในประเทศ ต่างประเทศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนงานใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย การลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนปฏิบัติการของประเทศ การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนางานวิจัยเชิงระบบที่เน้นความสำคัญเร่งด่วน โดยทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางให้แผนงานดังกล่าวทำหน้าที่เป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางงานวิจัยและพัฒนากำลังคนทักษะสูง เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
          นอกจากนี้ เพื่อให้การนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้ร่วมขับเคลื่อนการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมฯ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยจะเริ่มใช้กรอบวิจัยนี้เป็นเกณฑ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังการขับเคลื่อนระบบงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ วช. จับมือเครือข่ายภาคี หนุน “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” นำร่องต้นแบบคุณธรรมสู่ Net Zero

          วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานสัมมนา “เริ่มด้วยใจ เปลี่ยนผ่านไทยสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ ระยะ 2” ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 โดยมี รศ. ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เป็นผู้กล่าวถึงที่มา และได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNIDO, JICA และ DCCE เครือข่าย ทสม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยมีกิจกรรมการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ 8 ชุมชนคาร์บอนต่ำต้นแบบ และเวทีเสวนา “ถอดบทเรียนคุณธรรม: สู่เส้นทาง Net Zero ของไทย” เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างยั่งยืน
         ในการนี้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผลงานวิจัยและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน พร้อมให้สัมภาษณ์ในประเด็น ชุมชนคาร์บอนต่ำกับการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศ และโอกาสในการยกระดับสู่เชิงนโยบาย รวมถึงขยายผลได้ในระดับประเทศ และระดับสากล โดยเน้นย้ำว่าชุมชนคาร์บอนต่ำคือส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

          เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม DCIO ประจำกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกรม และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม โดยมีบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันต่อแนวทางการดำเนินโครงการ รับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภายใน และเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นในการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล การพัฒนาและบูรณาการระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางและพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กรด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับภารกิจและยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน ข้อมูล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพยืดหยุ่นและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน
          ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้มอบนโยบายและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้งานทดแทนการทำงานแบบเดิมเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกสำนัก/ศูนย์/กองที่ต้องให้การสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ ใน 3 ด้าน กับทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้การจัดทำโครงการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถใช้ EA เป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบตามที่มุ่งหวังไว้ต่อไป ดังนี้
          1. การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ทั้งข้อมูลในด้านด้านภารกิจและกระบวนงาน (Business Domain) ด้านข้อมูล (Data Domain) ด้านระบบงาน (Application Domain) และดานเทคโนโลยี (Technology Domain)
          2. การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล ทั้งการปรับปรุงแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับปัจจุบัน คือปี 2567-2570 ร่างแผนดิจิทัลและร่างแผนปฏิบัติการไซเบอร์ ประจำปี 2571-2575 ให้มีความทันสมัย ครบถ้วน และสอดคล้องกับบริบทขององค์กร
          3. การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Database) ให้เป็นฐานข้อมูลกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกลาง ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เพื่อคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และการพัฒนาเครื่องมือ Business Intelligence (BI) เพื่อจัดทำ Dashboard นำเสนอข้อมูลเพื่อการบริหารและการตัดสินใจในเชิงนโยบาย รวมทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากเนปาล

          วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากกระทรวงป่าไม้และสิ่งแวดล้อม แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาขาพลังงาน สาขาเกษตรและป่าไม้ (AFOLU) สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) สาขาการจัดการของเสีย สาขาการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่จากโครงการเสริมสร้างศักยภาพเชิงสถาบันและเชิงเทคนิคเพื่อดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานด้านความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส (The Capacity-building Initiative for Transparency: CBIT) พร้อมนี้ นางสาวฌนุษกุล สุภิรักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน นางสาวนภาพร ตั้งถิ่นไท ผู้อำนวยการกลุ่มการเงินและการลงทุนด้านภูมิอากาศ กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านภูมิอากาศในระดับนโยบาย การเงินด้านภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการดำเนินงานตามกรอบความโปร่งใส อาทิ ระบบการตรวจวัด รายงาน และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) การดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ของประเทศ ภายใต้ LT-LEDS ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามกรอบอนุสัญญาฯ และความตกลงปารีส ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเนปาล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันในระดับภูมิภาค
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”