เดือน: ธันวาคม 2568
“งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ พลับพลาพิธี หน้าห้องสมุดประชาชน สวนลุมพินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ในการนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เฝ้าฯ รับเสด็จพร้อมด้วย ผู้บริหารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆภายในร้านกาชาดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดแสดง ระหว่างวันที่ 11 – 22 ธันวาคม 2568
#ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน






กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ (12 ธ.ค.68) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพิธีแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีดังกล่าวกว่า 200 คน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”













Thailand Pavilion @ COP30 เปิดเวทีเสวนา NbS และการออกแบบ สร้างความเท่าเทียมและเสริมความยืดหยุ่นเมือง

ในชุมชนหรือเมืองเปราะบาง เช่น Kibera (Nairobi) และ Villa 20 (Buenos Aires) ที่ชาวบ้านร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ด้วยพืชพื้นถิ่นและโครงสร้างสีเขียวขนาดเล็ก ช่วยลดความร้อน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และสร้างความสามัคคีในชุมชน แสดงให้เห็นว่า Nature-based Solutions (NbS) สามารถขับเคลื่อนจากชุมชนได้จริง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเมืองที่ยั่งยืน รวมทั้งพื้นที่สาธารณะสีเขียว คือ แนวทาง NbS ที่สร้างความเท่าเทียมและเสริมความยืดหยุ่นเมือง ช่วยควบคุมน้ำท่วม ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ดูดซับคาร์บอน และเพิ่มสุขภาวะของประชาชน ลงทุนเพียง 1 ดอลลาร์สามารถให้ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมมากกว่า 4–10 เท่า โดยสิงคโปร์เป็นตัวอย่างในการวางแผนเมืองในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่ “City in Nature” โดยผสานแนวทาง NbS ในการจัดการน้ำท่วม การขยายพื้นที่สีเขียวและทางเชื่อมสวนสาธารณะ ภายใต้ SG Green Plan 2030 เพื่อสร้างเมืองที่ น่าอยู่ ยืดหยุ่น และยั่งยืน ด้วยการวางแผนบูรณาการระยะ 40–50 ปี
ช่วงบ่ายเริ่มการเสวนาในหัวข้อ ““Nature at Work: Advancing Climate Resilience through Ecosystem-Based Solutions” โดยมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิในวงการภูมิสถาปนิกจากประเทศแคนาดาและบราซิล รวมถึงตัวแทนจากภาคหน่วยงานราชการไทย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เสวนาในการใช้แนวทางธรรมชาติ ผ่านระบบนิเวศที่สมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความสำคัญในการบูรณาการระหว่างหลากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เน้นย้ำ “ธรรมชาติจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อเราทำงานร่วมกับธรรมชาติเช่นกัน นอกจากนี้ ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของค่าใช้จ่าย หากแต่มันคือการลงทุนที่สำคัญ”
“การออกแบบเมืองอย่างยั่งยืน” ต้องอาศัย วิทยาศาสตร์และธรรมชาติร่วมกัน โดยใช้ระบบนิเวศเป็นพื้นฐานของการออกแบบ สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านภูมิอากาศและเศรษฐกิจสีเขียว
ตัวอย่างแนวทาง Ecosystem-Based Adaptation (EbA) ของประเทศไทย โดยบูรณาการธรรมชาติ ข้อมูล และชุมชน เพื่อเสริมความยืดหยุ่นด้านน้ำในลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก ผ่านการประเมิน CRVA และร่วมออกแบบมาตรการ 11 ด้านกับชุมชน ผลลัพธ์ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วม-แล้ง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และยกระดับสู่แผนแม่บทลุ่มน้ำ 22 แห่ง ธรรมชาติถูกมองเป็น “การลงทุน” เพื่อความยั่งยืน ไม่ใช่ต้นทุน
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการประชุม COP 30 และความเคลื่อนไหวใน Thailand Pavilion ได้ทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ทุกวันตลอดการประชุม



(ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ….


เปิดรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13)
กรมลดโลกร้อน เปิดรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13) แล้ว!

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13) ระหว่างเดือนมกราคม– เดือนมิถุนายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงจัดการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนแบบองค์รวม และบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และภาคเอกชน จำนวน 70 ท่าน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 12 – 30 ธันวาคม 2568 โดยสามารถศึกษารายละเอียดจากคู่มือการรับสมัคร และสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมผ่านระบบออนไลน์ตาม QR Code
แบบฟอร์มรับสมัคร
https://shorturl.at/vpqsJ
คู่มือการสมัคร
https://shorturl.at/xAO3d
#ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน
#DCCE
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
สส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)
วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และเจ้าหน้าที่ จัดพิธีบำเพ็ญ กุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาดพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมแสดงความอาลัย ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ สิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อวัสดุสำนักงาน จำนวน 45 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ณ ห้องประชุม ชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำนโยบายการทำงานของ ทส. ต้องสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินงาน เพื่อความโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้ พร้อมมุ่งพา ทส. ให้มีความก้าวหน้า ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นลำดับแรก บนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นธรรม มุ่งเน้นการบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานภายใต้ ทส. ภายใต้ ทส.หนึ่งเดียว เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งขอให้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ตลอดจนหลักการทรงงานและพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้เป็นหลักสำคัญในการดำเนินงาน
ในการนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ได้แจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานภายใต้สังกัด ทส. ทราบถึงนโยบายสำคัญของท่านสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ นโยบายคนอยู่กับป่า การจัดทำและปรับปรุงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น
ทั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอสรุปผลการดำเนินงานสำคัญของแต่ละหน่วยงาน ซึ่ง ดร.รวีวรรณ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเร่งด่วน อาทิ การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า หมอกควัน การบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Emissions การยื่นเอกสารเสนอแหล่งมรดกโลกของไทย การผลักดันกฎหมายที่สำคัญ เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ พ.ร.บ. ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น การเสนอของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อประชาชน จาก ทส.
การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบ E-ticket เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย การจัดการขยะอาหาร Zero Food Waste การแก้ไขปัญหาคนกับป่า การจัดการไม้ของกลางและไม้มีค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด การถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยด้านน้ำ การยกระดับการบริหารจัดการน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคและการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรม การสำรวจและจัดทำแผนที่แร่ธาตุหายาก และการขับเคลื่อนแผนแม่บทด้านแร่ธาตุของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาระบบตลาดเพื่อส่งเสริมและรองรับผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากการศึกษาวิจัย และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ ทส. ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 อัตรา รับสมัครระหว่างวันที่ 11 – 19 ธันวาคม 2568

ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 อัตรา
กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ