สส.เข้าร่วมรับเสด็จฯ รับพระราชทานโล่ และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สส.เข้าร่วมรับเสด็จฯ รับพระราชทานโล่ และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          วันนี้ (21 ม.ค. 2569) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเป็นประธานการประชุมมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ อาคารมูลนิธิขาเทียมฯ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพระราชทานโล่ให้กับหน่วยงาน โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นผู้แทนเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ รับโล่พระราชทาน และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศเลขที่ 25/2569 ประกวดราคาจ้างประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

ประกาศประกวดราคาจ้างประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ประกาศเลขที่ 24/2569 ประกวดราคาจ้างขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเครือข่ายอาสาสมัครให้เกิดความตระหนักต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

ประกาศเลขที่ 23/2569 ประกวดราคาจ้างดำเนินการติดตามประเมินผลงานของ ทสม. และเครือข่าย ทสม ดีเด่น ระดับพื้นที่ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-biddiing

Future Park Green Future ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะและอาคารสีเขียว มุ่งสู่ Greener Future, Together

Future Park Green Future ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม 
ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะและอาคารสีเขียว มุ่งสู่ Greener Future, Together

           ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ จัดงาน “Future Park Green Future Forum : ร่วมสร้างอนาคตด้วยกัน Greener Future, Together ผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจในการร่วมขับเคลื่อนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ภายในงานได้รับเกียรติจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านนโยบายระดับประเทศ แนวโน้มกติกาโลกด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ภาษีคาร์บอน และมาตรการ CBAM ตลอดจนบทบาทของภาคธุรกิจไทยในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ฟิวเจอร์พาร์คได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการขยะต้นทาง การลดปริมาณขยะฝังกลบ การแปรรูปขยะอินทรีย์ให้เกิดมูลค่าใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยระบบอาคารอัจฉริยะ และการขยายการใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Rooftop ควบคู่กับการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรหลักหลายภาคส่วน ได้แก่
          -SCG โดย ONNEX by SCG สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีอาคารสีเขียว การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การติดตั้ง Solar Rooftop และการเตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐาน EDGE Certification
          -Oklin นำนวัตกรรมเทคโนโลยีแปรรูปขยะอาหารเป็นปุ๋ย ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ ลดการปล่อยก๊าซมีเทน และต่อยอดสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
          -Glean Thailand นำเสนอแนวคิด The Future of Waste is Digital ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการแยกขยะของผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
          -Better World Green ถ่ายทอดแนวทางการจัดการ “ขยะกำพร้า” อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการส่งขยะกลับบ้าน
          -SMS Corporation นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม Yes Bio, Sustainable Future Product ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
          -ก้อง ชณัฐ วุฒิวิกัยการ (ก้องกรีน) ร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจด้านพฤติกรรมสีเขียว เพื่อเชื่อมโยงนโยบายและเทคโนโลยีเข้ากับการลงมือทำในชีวิตประจำวัน
          ฟิวเจอร์พาร์คตั้งเป้าหมายชัดเจนในการลดการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดปริมาณขยะของเสียที่ต้องนำออกจากพื้นที่ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด การใช้น้ำรียูส และการต่อยอดสู่กลไกคาร์บอนเครดิตในอนาคต โดยมุ่งสู่ Zero Waste และการพัฒนาอาคารสีเขียวตามมาตรฐานสากล
          ผู้บริหารฟิวเจอร์พาร์คกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง” แต่เป็นพลังร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมเชิญชวนร้านค้า ลูกค้า และพันธมิตร ร่วมกันทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องปกติในทุกวัน เพื่อร่วมกันสร้าง Greener Future, Together

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Future Park Green Future ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะและอาคารสีเขียว มุ่งสู่ Greener Future, Together

Future Park Green Future ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะและอาคารสีเขียว มุ่งสู่ Greener Future, Together

Future Park Green Future ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะและอาคารสีเขียว มุ่งสู่ Greener Future, Together

“รองนายกฯ สุชาติ เปิดงาน Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2” ชูแนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนนโยบายอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน


“รองนายกฯ สุชาติ เปิดงาน Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2” ชูแนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนนโยบายอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน
          วันที่ 20 มกราคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมระดับชาติเรื่องมลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล-วิทยาศาสตร์ – เทคโนโลยี ขับเคลื่อนนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสรรค์สร้างอากาศสะอาดร่วมกัน” โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ พร้อมด้วย นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะผู้บริหาร ทส. ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคมเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Grand Diamond Ballrooom อิมแพ็ค เมืองทองธานี
          โอกาสนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษทางอากาศในทุกมิติ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศมาอย่างต่อเนื่องและเป็นวาระแห่งชาติ โดยหัวใจสำคัญในการประชุมในครั้งนี้ คือ การเชื่อมโยงข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นำไปสู่นโยบายและการปฏิบัติการในระดับพื้นที่ โดยมีผู้ร่วมประชุมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคท้องถิ่น รวมถึงเสียงสะท้อนจากพื้นที่จริงทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นผลลัพธ์ของระบบที่ซับซ้อน และไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการเชิงระบบที่มีการจัดการมลพิษทางอากาศเกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นเป้าหมายร่วมกันของประเทศในการขับเคลื่อนอากาศสะอาดและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในระยะยาว การประชุมจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20–21 มกราคม 2569 โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ การเสวนาสาธารณะ เวทีกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสังเคราะห์ข้อมูล การจัดนิทรรศการ และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน จัดประชุม Kick-off การปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long – Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy)


วันนี้ (20 มกราคม 2569) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ หน่วยวิจัยด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุม Kick-off การปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long – Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy) หรือ LT-LEDS ยกระดับนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร
         ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรงและถี่ขึ้นในอนาคต การวางแผนเชิงนโยบายจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมิติความเร่งที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มที่จะลดและบรรเทาความเสียหายจากภัยต่างๆ ที่จะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางหารและการอพยพย้ายถิ่นฐานในหลายภูมิภาคที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน โดยตัวอย่างเหตุการณ์อุทกภัยที่เมืองหาดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนกว่า 800,000 คน เศรษฐกิจเสียหายรวม 1,500 ล้านบาท สะท้อนขีดความสามารถในการรองรับของเมืองใหญ่ในประเทศไทย ภายใต้บริบทของภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ในภาพรวมระดับโลกและกรอบเวลาระยะยาว
          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้ จึงได้ยกระดับความมุ่งมั่นผ่านการจัดส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 โดยมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 และปรับปรุงเป้าหมายการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เป็นปี ค.ศ. 2050 ให้เร็วกว่ากำหนดการเดิม 15 ปี ดังนั้น การปรับปรุง LT-LEDS ครั้งนี้ จึงเป็นยุทธศาสตร์และแผนที่นำทางเชิงโครงสร้างที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน คมนาคมขนส่ง กระบวนการ ทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ของเสีย เกษตรกรรม และป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 จะสัมฤทธิ์ผลได้ จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชนในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม ภาคการศึกษาและภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์กลไกที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและมาตรฐานสากล ซึ่งการประชุมในวันนี้จะเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทัศนะที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ เพื่อให้ LT-LEDS เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศที่มีความสมบูรณ์ ยืดหยุ่น และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569


          เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งผู้แทนจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้อำนวยการสำนักและกอง ภายใน สส. เข้าร่วมประชุม และนางสาวบาจรีย์ สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ ซึ่งมีกรรมการ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่ 532/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และแนวทางการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พร้อมทั้งเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ
   ทั้งนี้ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการรวบรวมรายชื่อ โดยตรวจสอบคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์การทำงานของผู้ที่เข้ารับการสรรหา และจัดทำเอกสารสรุปเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติฯ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
        “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569

          เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งผู้แทนจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้อำนวยการสำนักและกอง ภายใน สส. เข้าร่วมประชุม และนางสาวบาจรีย์ สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ ซึ่งมีกรรมการ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่ 532/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อสรรหาบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และแนวทางการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พร้อมทั้งเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ
          ทั้งนี้ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการรวบรวมรายชื่อ โดยตรวจสอบคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์การทำงานของผู้ที่เข้ารับการสรรหา และจัดทำเอกสารสรุปเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติฯ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”