12 เมษายนวันป่าชุมชนชายเลนไทย

               📢 ป่าชุมชนชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าและมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์นานาชนิด รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งให้คงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังมีบทบาทในการช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ลดความรุนแรงของคลื่นลม และเป็นแนวป้องกันภัยธรรมชาติจากทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               ป่าชุมชนชายเลนยังมีความสำคัญในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเป็นแหล่งสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนชายฝั่ง ผ่านการทำประมงพื้นบ้าน และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งการบริหารจัดการป่าชายเลนในรูปแบบ “ป่าชุมชน” นั้น เน้นให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแล อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
               การกำหนดให้วันที่ 12 เมษายน เป็นวันป่าชุมชนชายเลนไทย มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความสำคัญของป่าชายเลน และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
               🌱 เนื่องในโอกาสวันป่าชุมชนชายเลนไทย ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันเห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนอย่างรู้คุณค่า เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และส่งต่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– 12 เมษายน วันป่าชุมชนชายเลนไทย “ชุมชนเข้มแข็ง ป่าชายเลนยั่งยืน”., TEI : Thailand Environment Institute.
– 12 เมษายน “วันป่าชุมชนชายเลนไทย”., กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
– 12 เมษายน วันป่าชุมชนชายเลนไทย (Thai Mangrove Community Forests Day)., กองทัพภาคที่ 2

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน “ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

          วันที่ 10 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบการประชุมทางไกลไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย เสริมสร้างความสุข ความสามัคคี และขวัญกำลังใจแก่บุคลากรของกระทรวงฯ ตลอดจนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการก้าวสู่ปีใหม่ไทยอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
          นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่สะท้อนถึงความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทยอย่างเป็นสิริมงคล พร้อมขอให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความยึดมั่นในกฎระเบียบ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และรักษาจรรยาบรรณของข้าราชการ ในการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และพันธุ์พืชของประเทศ โดยให้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างบูรณาการและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด หากมีอุปสรรคสามารถรายงานเพื่อเร่งแก้ไขได้ทันที ภายใต้การทำงาน “ทส.หนึ่งเดียว”
          นอกจากนี้ นายสุชาติ รมว.ทส. ยังได้กล่าวให้กำลังใจบุคลากรทุกคน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ขอให้ทุกคนเข้มแข็งทั้งกายและใจ ให้ความสำคัญและให้กำลังใจกับครอบครัว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประเทศและในโอกาสนี้ ได้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลพรให้ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และครอบครัวของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และมีกำลังกายกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

สำนักงานเลขานุการกรม กลุ่มตรวจสอบภายใน กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กลุ่มงานจริยธรรม และกลุ่มกฎหมาย จัดกิจกรรม สส. รดน้ำขอพรสืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

“Just transition” สำคัญอย่างไรต่อการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

               “การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม” หรือ Just Transition เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่กับการคำนึงถึงการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม และการสร้างงานที่มีคุณค่าและมีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของแต่ละประเทศ ซึ่งแนวคิด Just Transition มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 จากการเคลื่อนไหวของภาคแรงงานที่ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเกิดขึ้นโดยไม่สร้างภาระหรือความเหลื่อมล้ำให้กับแรงงานและชุมชน ต่อมา แนวคิดดังกล่าวได้รับการนำมาปรับใช้ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาคีประเทศต่าง ๆ มุ่งเน้นการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions โดยการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนและภาคส่วนต่าง ๆ แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอาจส่งผลต่อแรงงานและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดั้งเดิม ขณะที่ภาคพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาดอาจได้รับโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน ประชาชนกลุ่มเปราะบางหรือผู้มีรายได้น้อยอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีหรือพลังงานทางเลือกที่มีต้นทุนสูงกว่า หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม การนำหลักการ Just Transition มาปรับใช้จึงช่วยให้การขับเคลื่อนมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเปิดมุมมองการดำเนินงานในด้านการทำงานสีเขียว (Green Job) การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางสังคม และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว
               อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในปี 2025 พบว่า ประเทศส่วนใหญ่ยังมีการกล่าวถึงแนวคิด Just Transition ในแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) และยุทธศาสตร์การพัฒนาระยะยาวแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS) ค่อนข้างจำกัด และยังขาดรายละเอียดเชิงปฏิบัติในการนำหลักการดังกล่าวไปใช้ในภาคส่วนสำคัญ รวมถึงการเสริมสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจและภูมิคุ้มกันทางสังคม สำหรับประเทศไทย การเพิ่มมุมมองด้าน Just Transition ในการกำหนดนโยบายและแผนด้านการลดก๊าซเรือนกระจก จะช่วยสนับสนุนการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ให้เกิดขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน โดย NDC 3.0 ประเทศไทยได้ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมผ่านระบบการประเมินที่คำนึงถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านลบ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างงานสีเขียว และความครอบคลุมทางสังคม ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ทุกคนสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– UNFCCC
– UNFCCC – Katowice Committee of Experts on the Impacts of the Implementation of Response Measures (KCI)
– The London School of Economics and Political Science (LSE)

กรมลดโลกร้อน ประชุมพิจารณากลั่นกรอง Green Hotel Plus

#กรมลดโลกร้อน
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#G – Green

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

          วันที่ 10 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สรงน้ำพระพุทธรูป สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ถือเป็นการสืบสานวิถีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย สร้างทัศนคติพื้นฐานที่ดีของการอยู่ร่วมกันในสังคม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

ปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็มีราคาที่ต้องจ่าย! สรุปชัด “ETS” และ “ภาษีคาร์บอน” เครื่องมือคู่ใจสู้โลกร้อน ต่างกันยังไง?

“ราคาคาร์บอน” คือเครื่องมือที่ทำให้การทำลายสิ่งแวดล้อมมีต้นทุน เพื่อเปลี่ยนจาก “การปล่อยมลพิษ” มาเป็น “การรักษ์โลก” แทน 🌱
          📌 Cap-and-Trade (ETS): เหมือน “โควตาคาร์บอน” ใครประหยัดเก่งจนเหลือสิทธิ เอาไปขายเป็นเงินได้! เน้นคุมปริมาณการปล่อยไม่ให้เกินเกณฑ์
         📌 Carbon Tax: เหมือน “ภาษีสิ่งแวดล้อม” จ่ายตามจริงตามจำนวนที่ปล่อย วางแผนง่าย และชัดเจน
ประเทศไทยเรากำลังขยับตัวเตรียมใช้ทั้ง 2 ระบบ เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์โลกและปกป้องอนาคตของเราทุกคน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

          วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุม N410 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกียรติเยี่ยมเยือนศูนย์ประสานงานการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา