กรมลดโลกร้อน จับมือ ธปท. ททท. และสถาบันการเงิน ส่งเสริมธุรกิจโรงแรมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

#กรมลดโลกร้อน
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#G – Green

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

          วันที่ 22 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ และผู้บริหารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดนโยบายและกำหนดกรอบแนวทางการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย โดยเน้นย้ำการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
          ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางการปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ การจำกัดการศึกษาดูงานต่างประเทศให้เฉพาะภารกิจที่มีความจำเป็น การชะลอโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ และส่งเสริมการใช้แนวทางเช่าพื้นที่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) โดยกำหนดกรอบงบลงทุนรวมไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการภาครัฐ
           นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า กระทรวงฯ จะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน โดยมุ่งเน้นการจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง พร้อมทั้งยกระดับการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
          ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายสำคัญของภาครัฐในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านน้ำอย่างเป็นระบบ โดยพัฒนาการพยากรณ์และระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพด้วยการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน ตลอดจนการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ควบคู่กับการเร่งรัดการจัดสรรที่ดินทำกิน การสร้างงานและอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ภายใต้กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจ (10 PLUS) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการส่งออกของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

          เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) พร้อมด้วย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 521 อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
          การประชุมครั้งนี้มี ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ทำหน้าที่ประธานกรรมการ และได้แจ้งที่ประชุมทราบประเด็นข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 โดยเน้นการแก้ประเด็นที่จำเป็นต้องเลิกให้ชัดเจน พร้อมปรับตัวชี้วัดระดับภาพรวมในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเหมาะสม และประเด็นพัฒนาที่สำคัญของเสาด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จำเป็นต้องทำ การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบสรุปแนวทางการพัฒนาด้านการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ และเห็นชอบแนวทางการจัดการด้านมลพิษ ได้แก่ 1) มลพิษทางอากาศ 2) มลพิษขยะและของเสีย และ 3) มลพิษทางน้ำและดิน เพื่อบูรณาการการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานให้มีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อน และสอดคล้องตามเสาหลักการพัฒนาทั้ง 5 เสา ภายใต้ (ร่าง) กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575)

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

 

กรมลดโลกร้อน ขอเชิญร่วมอบรมหลักสูตร “การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

กรมลดโลกร้อน ขอเชิญร่วมอบรมหลักสูตร “การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

🗓 อบรม Online วันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting

🎓รับใบประกาศนียบัตรจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

💸 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

📌 สมัครได้ที่: https://datacenter.dcce.go.th/training/course-search/?type=1
**ปิดรับสมัคร 30 เมษายน 2569**

🗓 กำหนดการและรายละเอียด: https://drive.google.com/file/d/15g6EfZ75pwunN4rwxIMMvYrnr-LISHaF/view?usp=drive_link

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

          วันที่ 20 เมษายน 2569 ณ โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมถอดบทเรียนการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กว่า 100 คน และถ่ายทอดการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการทดสอบระบบจากผู้ปฏิบัติงานจริง มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (National Database) ในการบริหารจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างเป็นระบบ
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch พบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2022 มาอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในปี 2024 ขณะที่ข้อมูลจาก Met Office ระบุว่าปี 2026 นี้จะเป็น 1 ใน 4 ปีที่ร้อนที่สุดของประวัติศาสตร์โลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.4 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับ Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum ที่ชี้ว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
          “ปัจจุบันรัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 กรมฯ จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผล (Monitoring, Evaluation, and Learning: MEL) เพื่อขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยระบบที่พัฒนาขึ้นร่วมกับบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้ ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลทั่วไป แต่คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ’ ที่นำเทคโนโลยี Big Data และ Data Visualization มาช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายแม่นยำขึ้น และรองรับการรายงานผลในระดับสากล เช่น BTR, NC และ SDGs” ดร.พิรุณ กล่าวเน้น
          สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวสู่ขั้นตอนการทดลองใช้งานจริงใน 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โดยหัวใจสำคัญคือการถอดบทเรียนจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงระบบ E-FORM ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เป็นระบบที่ “ใช้ได้จริง ใช้ได้ต่อเนื่อง และใช้ได้ทั้งประเทศ” ในการยกระดับขีดความสามารถการรับมือวิกฤตโลกเดือดอย่างยั่งยืน
         กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากนโยบายสู่การปฏิบัติ” โดย ผศ.ดร.ภวิสร ชื่นชุ่ม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภาพรวมความสำเร็จของการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล และการสาธิตการใช้งาน ระบบ E-FORM ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานปฏิบัติใน 6 สาขาหลัก ส่วนการประชุมในช่วงบ่าย คือ การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อ “ถอดบทเรียนและระดมความคิดเห็น” จากตัวแทนหน่วยงานประสานกลางและผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ
          การขับเคลื่อนระบบติดตามประเมินผลในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถด้านการรับมือกับสภาวะโลกเดือด โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสื่อสารและฐานข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

 

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

          วันที่ 18 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
          โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส.ได้พบปะผู้นำชุมชนและเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าในพื้นที่ โดยเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ รวมถึงมอบอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่
นายสุชาติ เน้นย้ำว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างจริงจัง โดยจะผลักดัน แผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“ เพื่อเป็นต้นแบบการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเครือข่ายชุมชนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเสียสละและเข้มแข็ง”
          ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ดอยหลวงเชียงดาวกลับมาสวยงามเป็นและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของเชียงใหม่ดังเดิม พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาป่าอย่างใกล้ชิด อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

 

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

          วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และมีนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยการจัดประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในเกณฑ์การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและแนวทางการพิจารณาและประเมินผลงานตามเกณฑ์การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มทักษะการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันของคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมการตรวจประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 ต่อไป ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย
คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 30 คน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

 

รมว.ทส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามงาน “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ย้ำขับเคลื่อนอนุรักษ์–วิจัย–ท่องเที่ยวเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจสีเขียว

               วันที่ 17 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
               โดยมี ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน รองผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
               โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงฯ และคณะผู้บริหาร ได้เยี่ยมชมพื้นที่ภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯ อาทิ แหล่งรวบรวมพรรณไม้หายาก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และนิทรรศการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาทของการเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีคุณภาพในระดับประเทศ
               ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของสวนพฤกษศาสตร์ ในฐานะแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยพืชพรรณและองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้าขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ โดยเน้นอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับทรัพยากรชีวภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
               นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับองค์การสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางด้านการอนุรักษ์และวิจัยพืชพรรณ โดยมุ่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่ายสวนพฤกษศาสตร์ให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาค และในอนาคตมีเป้าหมายส่งเสริมให้เกิดสวนพฤกษศาสตร์ในทุกจังหวัด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มีมาตรฐาน เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน”
               ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาองค์การสวนพฤกษศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ การวิจัย และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีคุณภาพ กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค อันจะนำไปสู่การสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“อยู่รอด” ในโลกที่เปลี่ยนไป… คุณพร้อมรับมือวิกฤตภูมิอากาศแล้วหรือยัง?

               สภาพอากาศสุดขั้วไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทั้งคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นและภัยธรรมชาติที่คาดเดาได้ยาก 🌡️⛈️ วันนี้ กรมลดโลกร้อน ชวนทุกคนมาอัปเกรด 4 ทักษะสำคัญเพื่อการ “ปรับตัว” และอยู่รอดอย่างปลอดภัยในยุคโลกเดือด 
               การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับคุณและครอบครัว 🛡️💚

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”