Maladaptation Monitoring ติดตาม “ผลข้างเคียง” ยังไง ไม่ให้แผนพังกลางคัน

               🔹Maladaptation Monitoring คือ ระบบการติดตามเพื่อป้องกันไม่ให้วิธีการแก้ปัญหากลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม หรือ “การแก้ปัญหาที่กลับกลายเป็นสร้างปัญหาใหม่”
               🔹การปรับตัวที่ไม่เหมาะสม (Maladaptation) คือ การแก้ปัญหาที่กลับกลายเป็นสร้างปัญหาใหม่ หรือ “ยิ่งแก้ ยิ่งแย่” ในระยะยาว

♦️ตามรายงาน IPCC Sixth Assessment Report (AR6) ระบุรูปแบบของการปรับตัวที่ผิดพลาด (Maladaptation) ไว้ 5 มิติ
               1. ยิ่งแก้ ยิ่งร้อน ปรับตัวด้วยวิธีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น เช่น พึ่งพาแอร์อย่างเดียว
               2. ช่วยที่หนึ่ง พังที่หนึ่ง แก้ปัญหาในพื้นที่หนึ่ง แต่ส่งผลลบไปหาพื้นที่ข้างเคียงหรือกลุ่มคนจน
               3. ประมาทเพราะมั่นใจเกิน สร้างโครงสร้างป้องกันทำให้คนรู้สึกปลอดภัยเกินไป แล้วละเลยการระวังภัยเมื่อเจอเหตุการณ์รุนแรงกว่าเดิม
               4. ติดกับดักวิธีเดิม เลือกลงทุนกับโครงสร้างที่ยืดหยุ่นไม่ได้และค่าซ่อมบำรุงสูง จนไม่มีงบไปทำวิธีอื่น
               5. ทำลายธรรมชาติ วิธีปรับตัวที่ไปทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม ทำให้ความสามารถในการฟื้นตัวของธรรมชาติลดลง

♦️กลไกที่ทำให้เกิด Maladaptation จากรายงานของ IPCC เกิดจาก “การวางแผนที่ไม่รอบด้าน”
               1. การมองเป้าหมายระยะสั้น (Short-termism) เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ลืมดูการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
               2. การแยกส่วนทำ (Fragmented Planning) ต่างคนต่างทำ ไม่คุยกัน ผลลัพธ์เลยไปกระทบพื้นที่หรือกลุ่มคนอื่น
               3. การเลือกวิธีที่ยืดหยุ่นต่ำ (Inflexibility) สนใจแต่ตัวเลขหรือวิศวกรรม จนลืมผลกระทบต่อธรรมชาติและสังคม
               4. การละเลยมิติทางสังคม (Social Exclusion) ขาดข้อมูลที่แม่นยำ ทำให้ประเมินความเสี่ยงผิดพลาดตั้งแต่แรก

♦️3 ปัจจัยที่ทำให้การปรับตัว “พัง” (Maladaptation)
               1. บริบทพื้นที่ (Context) พื้นที่ไม่พร้อม ปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้ว (เช่น ความจน การเมือง) ทำให้มาตรการนั้นไม่ได้ผล หรือไปซ้ำเติมคนลำบากให้แย่ลงกว่าเดิม
               2. โครงสร้างมาตรการ (Structure) วางแผนไม่รอบคอบ เช่น แก้ปัญหาที่หนึ่งแต่ไปสร้างปัญหาให้อีกที่
               3. การดำเนินการ (Implementation) การจัดการไม่ดี เช่น ขาดการประสานงาน งบหาย หรือทำแล้วทิ้ง ไม่มีการติดตามดูผลว่าที่ทำไปได้ผลดีจริงหรือไม่

♦️แนวทางในการจัดการกับ “การปรับตัวที่ไม่เหมาะสม”
               1. คิดให้รอบด้าน มองภาพเชื่อมโยงให้ครบและครอบคลุม
               2. ระวังผลเสีย ตรวจสอบและเช็กผลเสียที่อาจตามมา
               3. หาสาเหตุ วิเคราะห์สาเหตุ เช่น วางแผนระยะสั้นเกินไป ไม่คิดถึงผลกระทบข้ามพื้นที่ ขาดข้อมูลหรือขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน
               4. ประเมินความเสี่ยง ความคุ้มค่าในระยะยาว เช่น สร้างโครงสร้างแข็ง (กำแพง/เขื่อน) ฟื้นฟูธรรมชาติ (ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ) หรือไม่ควรทำอะไรเลย
               5. ปรับแผนให้ดีขึ้น เลือกวิธีที่ลดความเสี่ยงระยะยาว ไม่ทำลายระบบนิเวศ เป็นธรรมต่อทุกกลุ่ม (ไม่กระทบคนเปราะบาง)

               Maladaptation ไม่ได้หมายถึง “การล้มเหลว” แต่มักเกิดจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบข้ามพื้นที่/ข้ามกลุ่ม การละเลยระบบนิเวศ และการสร้างผลกระทบเชิงลบแฝง เช่น เพิ่มความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการปล่อยคาร์บอน หรือจำกัดทางเลือกในอนาคต โดย Intergovernmental Panel on Climate Change เน้นว่าการหลีกเลี่ยง maladaptation ต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงระบบ (systems thinking) การคำนึงถึงความเป็นธรรม (equity) การใช้ nature-based solutions และการวางแผนระยะยาวแบบยืดหยุ่น

แหล่งอ้างอิง
1. Enhancing climate resilience in Thailand through effective water management and sustainable agriculture., Green Climate Fund.
2. Minimising the risk of maladaptation: A framework for analysis., ResearchGate.
3. Why some climate change adaptations just make things worse : Short-term and poorly thought-out solutions are hardly solutions at all., Popular Science.

กรมลดโลกร้อน ขานรับนโยบาย รมว.ทส.เร่งหารือสร้างกลไกรับมือ CBAM และเตรียมพร้อมดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อสร้างโอกาสและเสริมความสามารถในการแข่งขันสำหรับภาคการส่งออกไทย

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดการประชุมคณะทำงานศึกษาแนวทางเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานตามกลไกราคาคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ โดยมี ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงานฯ พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนจากหน่วยงานและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติฯ ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมต่อมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ตลอดจนหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป อาทิ การประเมินความต้องการผู้ทวนสอบ การสนับสนุนการขึ้นทะเบียนและทวนสอบ การประเมินมูลค่าสินค้าที่จะได้รับผลกระทบในปัจจุบันและระยะต่อไป ฯลฯ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมของไทย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำรายงานเชิงเทคนิค (TECHNICAL REPORTING WORKSHOP) ร่างแผนปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ACTION FOR CLIMATE EMPOWERMENT: ACE (พ.ศ. 2569 – 2573)

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ารนบุรี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การประชุม จัดทำรายงานเชิงเทคนิค (Technical Reporting Workshop) ภายใต้โครงการ จัดทำรายงานและประเมินผลการดำเนินงานเสริมสร้างพลังความร่วมมือดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดยมีผู้แทน จากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมประชุม ผู้เข้าร่วมจำนวน 69 ราย จาก 36 หน่วยงาน เพื่อทำความเข้าใจในการติดตามรายงานผลและ ระดมความคิดเห็นในการออกแบบการรายงานติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อน การดำเนินงานตามแผน ACE ของประเทศไทย

 

ประกาศกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (ครั้งที่ 1)

รายชื่อ ผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus ครั้งที่ 1
รายชื่อ ผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus  ครั้งที่ 2

ตามที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดการพัฒนาความร่วมมือการผลิต การบริการ และการบริโภคเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก ในพื้นที่เมืองต้นแบบ เพื่อพัฒนา ความร่วมมือด้านการผลิต การบริการ และการบริโภคเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่เมืองต้นแบบ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย และเพื่อสนับสนุนกระบวนการตรวจประเมิน ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยได้ดำเนินการจัดสอบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นั้น
บัดนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดสอบเพื่อขึ้นทะเบียน เป็นผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เสร็จสิ้น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวนทั้งสิ้น 37 ราย ตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้

ปก.ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมินโครงการ GH+

เปิดรับสมัครทุนฝึกอบรม IATSS Forum ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 71 และ 72 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ระดับนานาชาติ ณ เมือง Suzuka ประเทศญี่ปุ่น

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การสมัครทุนฝึกอบรม IATSS Forum ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 71 และ 72 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569
📢 เปิดรับสมัครทุนฝึกอบรม IATSS Forum ประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 71 และ 72 โอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมพัฒนาผู้นำระดับนานาชาติ ณ เมือง Suzuka ประเทศญี่ปุ่น  ระยะเวลา 8 สัปดาห์
✨ เกี่ยวกับโครงการ
The International Association of Traffic and Safety Sciences (IATSS Forum) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ทั้งการบรรยาย เวิร์กช็อป การศึกษาดูงาน และการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ
📅 ระยะเวลาการฝึกอบรม (รุ่นละ 1 ช่วงเวลา)
• พฤษภาคม – กรกฎาคม 2570
• กันยายน – พฤศจิกายน 2570
📝 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569
📌 คุณสมบัติเบื้องต้น
• สัญชาติไทย
• อายุไม่เกิน 35 ปี
• มีประสบการณ์ทำงานประจำอย่างน้อย 2 ปี
📮 การสมัคร
ผู้สมัครรับทุนฯสมัครผ่าน http://www.iatssforum.jp/en/ และส่งเอกสารการสมัครรับทุนฯฉบับจริงมาที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเท่านั้น โดยมีตราประทับ ไม่เกินในวันที่ 30 กันยายน 2569
ดาวน์โหลดเอกสารการสมัครได้ที่เว็บไซต์รับสมัครหรือลิ้งค์ด้านล่าง https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1kDg2bSMMZOVDjGwOZAJbieRn-IvM6xMe         💬 เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มจาก “การคิดและเรียนรู้ร่วมกัน” Thinking and Learning Together

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Monitoring Evaluation Research and Learning (MERL) Cycle วงจรที่จะทำให้การปรับตัวของคุณไม่มีวันหลงทาง

“Monitoring Evaluation Research and Learning (MERL) Cycle วงจรที่จะทำให้การปรับตัวของคุณไม่มีวันหลงทาง”
               👉 MERL Cycle เป็น กระบวนการหรือกรอบแนวคิด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีทิศทางที่ชัดเจนไปสู่การทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานในระยะยาว โดยมีขั้นตอนดังนี้
               1) การดำเนินโครงการ (Project Implementation) การดำเนินโครงการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องวางแผนกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เลือกมาตรการปรับตัวที่เหมาะสม ใช้ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change: ToC) เชื่อมโยงเหตุผลระหว่างกิจกรรม ผลลัพธ์ เป้าหมาย ดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งจัดให้มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
               2) การติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation: M&E) กำหนดตัวชี้วัดให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์ และข้อมูลฐาน (Baseline Data) เป็นจุดอ้างอิงในการติดตามความก้าวหน้า โดยติดตามผลระหว่างดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องและประเมินผลขั้นสุดท้ายเมื่อสิ้นสุดโครงการ
               3) การวิจัย (Research: R) วิจัยเพื่อค้นหาความหมายเชิงลึกด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากการติดตามและประเมินผล (M&E) ทั้งตัวชี้วัดเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ หากพบปัญหาให้วิเคราะห์ต้นทุน – ผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis: CBA) เพื่อเปรียบเทียบและเลือกมาตรการปรับตัวที่เหมาะสมที่สุด
               4) การเรียนรู้ (Learning: L) นำผลจากการติดตาม (M) ประเมินผล (E) และวิจัย (R) มาถอดบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลาของวงจรการปรับตัว เพื่อป้องกันการปรับตัวที่ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ (Maladaptation)
               5) ปรับปรุงโครงการด้านการปรับตัว (Adaptation to project improvement) เป็นขั้นตอนที่ควรดำเนินการเป็นระยะตลอดโครงการหลังการเรียนรู้ (L) ให้สามารถปรับการดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่น นำบทเรียนไปพัฒนาโครงการในรอบถัดไป เผยแพร่ทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาด เพื่อให้โครงการหรือหน่วยงานอื่นต่อยอดได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
🔒 5 หลักสำคัญอันนำไปสู่ความสำเร็จของการติดตามประเมินผล
               1. นโยบายเข้มแข็ง (Political Support) มีกฎหมายหรือแผนระดับชาติรองรับการดำเนินงานด้านการติดตามประเมินผลอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดเป็นระบบการทำงานที่ต่อเนื่องและจริงจัง
               2. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Whole of Society) การติดตามประเมินผลควรอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ตั้งแต่ต้นจนจบวงจร
               3. ยืดหยุ่นแต่แม่นยำ (Flexibility) ระบบต้องมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนไป ไม่ยึดติดกับแผนเดิมที่อาจใช้ไม่ได้ผลในอนาคต แต่ก็ควรมีความแม่นยำในด้านการเก็บรวมรวบข้อมูลและการประเมินผลในมิติต่างๆ
               4. ทรัพยากรเพียงพอ (Resources) การติดตามประเมินผลเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีงบประมาณที่เพียงพอ และการประเมินผลในมิติต่างๆ จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
               5. เท่าเทียมและครอบคลุม (Equity & Gender) ระบบติตตามประเมินผลที่ดีจะต้องช่วยส่งเสริมการปรับตัวอย่างเท่าเทียม โดยการให้ความสำคัญกับข้อมูลที่แยกกลุ่มเพศและกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แหล่งอ้างอิง
1. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (คู่มือ M&E การปรับตัว)
2. แนวทางการติดตามประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ (OECD/DEval)
3. MERL Toolkit & Handbook (2024) โดย LEAP Africa

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมการใช้ระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมการใช้ระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานรายสาขา และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์ รวมกว่า 280 คน ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานค
การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จาก “การกำหนดนโยบายและกรอบแผน” ไปสู่ “การปฏิบัติจริง”ซึ่งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นการวาง “โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลภูมิอากาศของประเทศ” ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลด้านการปรับตัวจากทุกระดับ ทั้งระดับพื้นที่ ระดับหน่วยงาน และระดับประเทศเข้าด้วยกัน เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ การประชุมในวันนี้เป็นการอบรมการใช้ระบบที่ได้มีการปรับปรุงพัฒนาจากข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้มีความสมบูรณ์และสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญในการประชุม
-การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การปรับตัวของประเทศและระดับโลก
-การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาตัวชี้วัดภายใต้โครงการร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานทั้ง 6 สาขา
-การฝึกอบรมการใช้งานระบบ Website E – FORM ของระบบติดตามประเมินผลภายใต้โครงการร่วมกับตัวแทนของหน่วยงานทั้ง 6 สาขา
-การสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับระบบ E – Reporting ของระบบติดตามประเมินผลภายใต้โครงการ
-การนำเสนอร่างคู่มือการใช้งานระบบติดตามประเมินผลภายใต้โครงการ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”