ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮอ 1628 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง_บริษัท เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ จำกัด

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮอ 1628 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง_บริษัท เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ จำกัด

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮอ 1626 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง_บริษัท เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ จำกัด

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮอ1626 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง_บริษัท เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ จำกัด

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างสอบเทียบเครื่องวัดอุณหภูมิความชื้นและความดัน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง _บริษัท เมโทรโลยี ซิสเท็ม (ไทยแลนด์) จำกัด

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างสอบเทียบเครื่องวัดอุณหภูมิความชื้นและความดัน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง_บริษัท เอสพี เมโทรโลยี ซิสเท็ม (ไทยแลนด์)

กรมลดโลกร้อน จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

               วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติตามพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สาระสำคัญในสัญญา (ใบสั่งจ้าง สลก.50/2569) จ้างซ่อมครุภัณฑ์ รายการเครื่องปรับอากาศฯ (ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี.อาร์.เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

กรมลดโลกร้อน เดินหน้า “GGA to Action” เชื่อมเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก สู่การปฏิบัติของประเทศไทย ยกระดับความพร้อมรับวิกฤตภูมิอากาศ

               วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “GGA to Action : กิจกรรมเชื่อมโยงเป้าหมายระดับโลก สู่การปรับตัวรายสาขาของประเทศไทย” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม บี ชั้น 5 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยมุ่งเชื่อมโยง เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) สู่การกำหนดนโยบาย ตัวชี้วัด และการปฏิบัติ ในระดับประเทศและระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีส และมาตรฐานสากล
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นความท้าทายที่ทุกประเทศต้องเร่งดำเนินการ โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ปี 2566–2568 เป็นช่วงที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงมากขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย อีกทั้ง รายงาน Climate Risk Index 2026 ยังสะท้อนว่า ประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว จากเดิมอันดับที่ 72 ในปี 2565 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข และทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
               ดร.พิรุณ กล่าวต่อว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว (Adaptation) ควบคู่กับการเพิ่มความยืดหยุ่น (Resilience) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นที่มาของ เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) ซึ่งประชาคมโลกได้ร่วมกันกำหนดขึ้นภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการปรับตัวของทุกประเทศ และสามารถติดตามความก้าวหน้าผ่านตัวชี้วัดร่วมกันในระดับสากล
               ประเทศไทยได้ขับเคลื่อน แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan : NAP) ครอบคลุม 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศ โดยที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบูรณาการความร่วมมือกับ 7 กระทรวงหลักในการขับเคลื่อนแผน NAP การพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยง ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครอบคลุมทุกจังหวัด การพัฒนาดัชนีความเสี่ยงของประเทศ การถอดบทเรียน และเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวรายสาขา การพัฒนาแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการปรับตัว รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล (Monitoring, Evaluation and Learning : MEL) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ด้านการปรับตัวของทุกสาขาเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางของประเทศ
               ปัจจุบัน กรมฯ อยู่ระหว่างการจัดทำ แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Action Plan) เพื่อกำหนดมาตรการ กิจกรรม และตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสาขาพร้อมเชื่อมโยง เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) เข้าสู่ตัวชี้วัดของประเทศไทย เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ได้จริง และระยะต่อไป จะเร่งบูรณาการเป้าหมายการปรับตัวระดับโลกเข้าสู่การดำเนินงานของประเทศ ผ่านการปรับปรุงแผน NAP ให้สอดคล้องกับกรอบ UAE Framework for Global Climate Resilience การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการปรับตัว การพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลที่มุ่งวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชน การพัฒนากลไกด้านการเงินและระบบติดตามงบประมาณด้านการปรับตัว ตลอดจนการยกระดับศักยภาพของหน่วยงานในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแปลงเป้าหมายระดับโลกไปสู่การกำหนดนโยบาย แผนงาน และการดำเนินงานในทุกระดับของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนการรายงานผลของประเทศไทยภายใต้กรอบ UNFCCC และความตกลงปารีสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรม “GGA to Action” ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเวทีติดตามความก้าวหน้าของการเจรจาระหว่างประเทศ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวระดับโลกมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมแปลงเป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลกไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคพลังงานและขนส่ง ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคพลังงานและขนส่ง ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เป็นเลขานุการ รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานและขนส่ง พร้อมด้วย คณะทำงานจากหน่วยงานประสานงานหลักได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลในภาคพลังงานและการขนส่ง อาทิ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การท่าเรือแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ สส. รวมจำนวน 72 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานและขนส่ง ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายปี พ.ศ. 2567 ปริมาณ 257.68 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และร่างรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลการลดก๊าซเรือนกระจกปี พ.ศ. 2567 ปริมาณ 75.17 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
               ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ นำผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและร่างรายงานผลการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการรายสาขาพลังงานและคมนาคมขนส่ง ปี พ.ศ. 2567 ประจำปี พ.ศ. 2569 เสนอต่อคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านวิชาการและฐานข้อมูลเพื่อรับทราบและให้ความเห็นชอบต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อนขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (LT-LEDS) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2

 

🗓 เปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 20–27 กรกฎาคม 2569
📝 ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ผ่าน Google Forms:
https://docs.google.com/forms/d/1a3BRHOK3WVSUvNmSoXmI-fhIPuYqdZsBVRcClqOiCBs/edit
📱 สามารถสแกน QR Code เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นได้เช่นกัน
📧 หรือส่งข้อคิดเห็นทางอีเมล: climatepolicy.dcce@gmail.com

ทุกความคิดเห็นของท่านมีความสำคัญ และจะนำไปใช้ประกอบการปรับปรุง LT-LEDS ให้มีความครบถ้วน เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของประเทศไทย
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions 2050 ได้อย่างยั่งยืน