เดือน: กรกฎาคม 2569
กรมลดโลกร้อน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) Climate Resilient City Framework

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) Climate Resilient City Framework พร้อมด้วย นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ต่อ(ร่าง) Climate Resilient City Framework จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงาน สนับสนุนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัด คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ และระดับประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งภาคีที่เกี่ยวข้อง สำหรับการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และวางแผนงบประมาณในการพัฒนาเมืองพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นไปได้จริงและเหมาะสมกับบริบทของกลุ่มเป้าหมาย โดยมี ผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น จำนวน 80 แห่ง 130 คน
ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา (ร่าง) Climate Resilient City Framework ใน 5 มิติหลัก ได้แก่ 1) โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 2) สุขภาพและความครอบคลุมทางสังคม 3) เศรษฐกิจและความยั่งยืนทางการเงิน 4) สภาพธรรมชาติและสิ่งอวดล้อม เเละ 5) การบริหารจัดการ
ข้อคิดเห็นครอบคลุมในประเด็น 1) เทคโนโลยี แผนที่ข้อมูลและเครื่องมือเพื่อการตัดสินใจ 2) การพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย 3) การเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่าน 4) กลไกการสนับสนุนงบประมาณและวิชาการ 5) การสร้างแรงจูงใจเพื่อหนุนเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน 6) การใช้ภาษาในการสื่อสารที่ง่ายต่อความเข้าใจหรือมีการยกตัวอย่างประกอบ 7) ระบุหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็นและมิติให้ชัดเจน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”








รมว.สุชาติ มอบนโยบายกรมลดโลกร้อน สนับสนุนข้อมูลร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อนอย่างรอบด้าน มุ่งยกระดับกฎหมายสิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อย่างครบถ้วน รอบด้าน และต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ร่างกฎหมายมีความสมบูรณ์ รัดกุม และสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต ในการดำเนินงานดังกล่าว ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 เพื่อสนับสนุนการพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ด้วยข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน
สำหรับความคืบหน้าในการประชุมสัปดาห์นี้ คณะกรรมการได้เริ่มพิจารณา หมวด 6 ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก โดย สส. ได้ชี้แจงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ และหลักการของหมวดดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. การรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐผู้รับผิดชอบรายสาขา (Focal Point) เพื่อใช้ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศและรองรับการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
2. การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของนิติบุคคล ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ สส. และกรมควบคุมมลพิษ ยังได้ร่วมกันชี้แจงความแตกต่างของการจัดเก็บข้อมูลตามร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด พร้อมหารือความสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการพิจารณา
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2/2569

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี ร่วมกับการประชุมผ่านระบบทางไกล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม จำนวน 30 หน่วยงาน
กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งได้รับทราบความก้าวหน้าเกี่ยวกับการเสนอจัดทำข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับภูมิภาคร่วมกับสำนักเลขาธิการ UNFCCC และข้อริเริ่ม Coalition for High Ambition Multilevel Partnerships (CHAMP) for Climate Action ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ การดำเนินงานที่สำคัญของไทย 2 เรื่อง ได้แก่ 1)ร่างองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยในการประชุม COP 31 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง และ 2) ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุม COP 31
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”







กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) รายงานการศึกษา “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” จ.ระยอง

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) รายงานการศึกษาโครงการสร้างความร่วมมือเพิ่มขีดความสามารถเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฯ พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือและเพิ่มขีดความสามารถของทุกภาคส่วน ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อบูรณาการการดำเนินงานขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระยอง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง รวมทั้งสิ้น 80 คน
พร้อมกันนี้ ได้มีการนำเสนอ (ร่าง) รายงานการศึกษา เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และส่งมอบแผนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ในพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดระยอง ได้แก่ เทศบาลนครมาบตาพุด เทศบาลเมืองนิคมพัฒนา เทศบาลเมืองเนินพระ เทศบาลตำบลทับมา เทศบาลตำบลเชิงเนิน เทศบาลตำบลนาตาขวัญ และองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง
นอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสริมศักยภาพในการจัดทำแผนฯ เพื่อเชิดชูบทบาทของภาคีเครือข่ายในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน กรมลดโลกร้อนมุ่งหวังให้ผลจากเวทีครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และเสริมสร้างความพร้อมของพื้นที่สู่การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”









กรมลดโลกร้อน ร่วมมือสถาบันการศึกษาขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบ Action for Climate Empowerment (ACE)

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความร่วมมือภาคีภาคการศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1 โดยมี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมคัทลียา โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี
การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับบทบาทมหาวิทยาลัยในการเป็น “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และขับเคลื่อนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค (Regional Action for Climate Empowerment Center: RACE)” อย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนองค์ประกอบสำคัญ 6 ด้าน ภายใต้กรอบ ACE
ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.แสงดาว วงค์สาย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ่ายทอดแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดบทบาทของสถาบันการศึกษาในฐานะ RACE เพื่อสนับสนุนการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงสู่ภาพรวมระดับประเทศ
การประชุมมีผู้เข้าร่วมจากสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาค และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวม 70 คน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค พร้อมระดมแนวทางการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่าย RACE ในระยะต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”









กรมลดโลกร้อน รับรางวัลเกียรติยศการขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกในงาน TCMA at 20: The NEXT Chapter to Net Zero 2050

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานครบรอบ 20 ปี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ภายใต้แนวคิด “TCMA at 20: The NEXT Chapter to Net Zero 2050” พร้อมรับมอบรางวัลเกียรติยศการขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจก สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) ภายใต้มาตรการทดแทนปูนเม็ด โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธี ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
ประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ผ่านการยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) โดยการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และกลไกสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยความสำเร็จของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นโอกาส จนเกิดการพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและขยายการใช้งานได้จริง ถือเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมกันนี้ ภาครัฐพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของทุกภาคส่วน ทั้งการปรับปรุงมาตรฐาน การส่งเสริมการใช้นวัตกรรม และการผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเดินหน้าตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero อย่างจริงจัง โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งพร้อมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ อยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ผ่านเครื่องมือด้านเศรษฐกิจ การรายงานข้อมูล และมาตรการด้านคาร์บอน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันมาตรฐานสากลและรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต้องควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เราต้องส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใช้ประโยชน์จากคาร์บอน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”








