ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮษ 3025 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮษ 3025 กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาเครื่องไอออนโครมาโตรกราฟ จำนวน 1 เครื่อง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาเครื่องไอออนโครมาโตรกราฟ จำนวน 1 เครื่อง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนมิถุนายน 2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนมิถุนายน 2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ รมว. สุชาติ วางรากฐานประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนแสดงความมุ่งมั่นใน COP 31 ที่ประเทศตุรกี

               วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Zoom Meetings และ Facebook Live เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอข้อคิดเห็นต่อทิศทางการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การปรับปรุง LT-LEDS ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้ความสำคัญและมอบหมายให้กรมฯ เร่งขับเคลื่อน เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาประเทศ โดยประเทศไทยได้จัดส่งการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 47 จากปีฐาน ค.ศ. 2019 ภายในปี ค.ศ. 2035 และสอดคล้องตามแนวทางในการมุ่งสู่ Net Zero 2050 การปรับปรุง LT-LEDS จะเป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
               ในโอกาสนี้ Ms. Sweta Madhuri Kannan เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และ Dr. Nomoto Takuya เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานเจรจาและความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง
               การปรับปรุง LT-LEDS ในครั้งนี้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วยการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) จำนวนทั้งสิ้น 17 ครั้ง ครอบคลุมการดำเนินงานใน 5 สาขาหลัก ควบคู่กับการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยภายในงาน รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการ ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่าง LT-LEDS ฉบับปรับปรุง ที่มีกำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขณะที่การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมยังสะท้อนว่า การดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกยังเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สร้างการจ้างงานสีเขียว และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศ ก่อนเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการประชุม เพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนเสนอผ่านกลไกตามโครงสร้างเชิงสถาบันและจัดส่งต่อเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ก่อนการประชุม COP 31 ที่ประเทศตุรกีต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. สั่งการชี้แจงร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อนต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
               ในการดำเนินงานดังกล่าว ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 เพื่อสนับสนุนการพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ สำหรับความคืบหน้าในการประชุมสัปดาห์นี้ คณะกรรมการได้พิจารณา หมวด 6 ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับความเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดให้มีการรายงาน ตรวจวัดและทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวข้อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน และ สทอภ. ร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานภายใต้บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับ นางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายคติวิช กันธา หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะทำงานจากทั้ง 2 หน่วยงาน รวม 50 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ในฐานะฝ่ายเลขานุการได้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบการบูรณาการข้อมูลพื้นที่สีเขียวของ สทอภ. ที่ได้นำพื้นที่สวนสักและสวนยูคาลิปตัสจากพื้นที่สีเขียวของ สทอภ. เป็นข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ประกอบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ปี พ.ศ. 2566 และ 2567 และรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (BTR2) รวมทั้ง รับทราบผลการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่เป็นกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดประชุมหารือเชิงวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลจากแผนที่ความเสี่ยงเพื่อให้บริการข้อมูลประกอบการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน และ ผู้แทนจาก สทอภ. นำเสนอแพลตฟอร์มของ สทอภ. ได้แก่ Carbon Atlas, Marine GI Portal, Disaster และ Dragonfly เพื่อบูรณาการข้อมูลภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ และสนับสนุนงานตามภารกิจของ สส.
               ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ประกอบด้วย 3 กิจกรรม/โครงการ ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 2) กิจกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอัจฉริยะด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลภูมิสารสนเทศของ สทอภ. และ 3) กิจกรรมการเพิ่มความละเอียดข้อมูลภาพฉายภูมิอากาศความละเอียดสูงด้วยเทคนิค Machine Learning (1 × 1 ตารางกิโลเมตร) โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมและบรรจุกิจกรรมในแผนการดำเนินงานฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพิ่มเติม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1)​โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และ 2)​ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเห็นชอบหลักการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมภายใต้บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อกำกับ ติดตาม และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ และมีข้อเสนอแนะให้ สส. ร่วมกับ สทอภ. และผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณและการพัฒนาข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ร่วมกันจัดทำรายละเอียดขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) สำหรับโครงการพัฒนาข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ให้มีความครบถ้วน ถูกต้องตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังของโครงการ เพื่อต่อยอดการพัฒนาและบูรณาการข้อมูลร่วมกับแพลตฟอร์มสารสนเทศ ของ สส. ในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สนับสนุนการจำแนกและติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนการประเมินการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศในอนาคต รวมทั้งหารือแนวทางการสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างที่ปรึกษาโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจก สาขาพลังงานในหมวดหมู่ 1C การขนส่ง การอัดกลับ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการพัฒนากรอบการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) โดยวิธีคัดเลือก

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างผลิตตัวอย่างมาตรฐานและค่ากำหนดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในน้ำใต้ดิน จำนวน 1 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างผลิตตัวอย่างมาตรฐานและค่ากำหนดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในน้ำใต้ดิน จำนวน 1 รายการ _โดยวิธีเฉพาะเจาะจง