รมว.สุชาติ กำชับกรมลดโลกร้อนเร่งหาความชัดเจนกรอบเงินให้เปล่าจากเยอรมนี ก่อนการเจรจาจริงมิถุนายนนี้

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) เดินหน้าเร่งหาความชัดเจนกรอบจัดสรรเงินให้เปล่าจากรัฐบาลเยอรมนี สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย ในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ IKI Large Grant 2026
               เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณฯ พร้อมผู้บริหารได้ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู (Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Nuclear Safety and Consumer Protection: BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นครั้งที่ 2 โดยฝ่ายไทยได้นำเสนอข้อริเริ่ม “การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (Green Industrial Development in Hard-to-Abate Sectors)” วงเงิน 20 ล้านยูโร เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chains) รวมทั้งเตรียมความพร้อมต่อมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป และเชื่อมโยงสู่การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
               การหารือครั้งนี้สามารถสร้างความชัดเจนของกรอบการจัดสรรเงินสนับสนุนได้มากยิ่งขึ้น และเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อใช้เตรียมการสำหรับการเจรจาจัดทำกรอบจัดสรรเงินฯ อย่างเป็นทางการ ในการประชุม Bonn Climate Change Conference 2026 ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เดือนมิถุนายนนี้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 3/2569

               วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 3/2569 โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาโครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และทางออนไลน์ผ่าน Zoom
               การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาฯ ได้แก่ การลงพื้นที่ศึกษา (เพิ่มเติม) การประชุมถอดบทเรียนการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมการใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ ร่างคู่มือการใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ ร่างรูปแบบการแสดงผล (Dashboard) โดยในที่ประชุมมีประเด็นที่หารือ ดังนี้ 1.การจัดเก็บข้อมูลควรคำนึงถึงข้อมูลพื้นฐาน (Baseline data) และปีฐานของข้อมูลที่นำมาใช้ 2.การแสดงผล (Dashboard) และ 3.การจัดทำคู่มือและวีดิโอเพื่อสอนการใช้งานจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งาน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

เริ่มอย่างไรกับแนวทางการทำระบบติดตามประเมินผล (Monitoring & Evaluation; M&E)


               การติดตามประเมินผล (Monitoring and Evaluation: M&E) คือหัวใจสำคัญของการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้การดำเนินนโยบายและโครงการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส วัดผลได้ และสามารถพัฒนาปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการจัดทำระบบติดตามประเมินผลตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการวางแผน จัดเก็บ และสื่อสารผลลัพธ์การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ดังนี้

📝การวางแผนระบบติดตามและประเมินผล (M&E) ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
               1. กำหนดวัตถุประสงค์ของระบบ ครอบคลุมการเรียนรู้ ความรับผิดชอบ และการปรับปรุงการดำเนินงาน
               2. กำหนดขอบเขต ทั้งระดับการประเมิน (โครงการ ภาคส่วน ระดับชาติ) และมิติการวัด (กระบวนการหรือผลลัพธ์)
               3. ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ หน่วยงานเจ้าภาพ ผู้ให้ข้อมูล และผู้ใช้ประโยชน์
               4. เลือกกรอบแนวคิด เช่น ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (ToC) หรือห่วงโซ่ผลลัพธ์ (Results Chain) เพื่อกำหนดทิศทางการประเมินผล
               5. พิจารณาทรัพยากรและขีดความสามารถ ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และบุคลากร
               6. กำหนดกรอบเวลาให้สอดคล้องกับวงจรนโยบาย โดยติดตามผลเป็นประจำทุกปี และประเมินผลเชิงลึกทุก 3–5 ปี

🗃  การจัดเก็บข้อมูลและคำนวณตัวชี้วัดในระบบ M&E ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
               1. การเตรียมการ จัดทำตารางรายละเอียดตัวชี้วัด กำหนดคำนิยาม หน่วยวัด และสูตรคำนวณให้ชัดเจน
               2. การจัดเก็บข้อมูล ใช้ทั้งข้อมูลทุติยภูมิ (ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว) และข้อมูลปฐมภูมิ (การสำรวจหรือรายงานภาคสนาม)
               3. การกำหนดแหล่งข้อมูลและผู้รับผิดชอบ ระบุหน่วยงานเจ้าของข้อมูลและระดับของข้อมูล (ท้องถิ่น จังหวัด หรือชาติ)
               4. ความถี่ในการจัดเก็บ กำหนดรอบเวลาให้เหมาะสม เช่น รายปี หรือทุก 2–5 ปี ตามลักษณะตัวชี้วัด
               5. การตรวจสอบคุณภาพข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูลจากหลายแหล่ง
               6. การนำเข้าระบบ บันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูล (ระบบออนไลน์) เพื่อให้สามารถคำนวณตัวชี้วัดได้อย่างเป็นระบบและอัตโนมัติ

🕵️‍♀️ การสำรวจภาคสนามในระบบ M&E มีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
               1. วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ และประเมินความยั่งยืน
               2. การคัดเลือกพื้นที่ เลือกแบบสุ่มหรือแบบเจาะจง โดยพิจารณาพื้นที่เสี่ยงสูง ความหลากหลายของระบบนิเวศ และพื้นที่เปรียบเทียบ
               3. เครื่องมือและวิธีการ ใช้แบบสอบถาม การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการณ์
               4. การคำนึงถึงความเท่าเทียม วิเคราะห์ข้อมูลโดยแยกตามเพศและกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ
               5. การใช้ประโยชน์ข้อมูล นำไปปรับปรุงตัวชี้วัดและพัฒนากรณีศึกษาเพื่อสนับสนุนรายงานเชิงลึก

📊 การสังเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานในระบบ M&E ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
               1. การสังเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์และเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือข้อมูลฐาน เพื่อประเมินความก้าวหน้าและหาสาเหตุของผลลัพธ์
               2. โครงสร้างรายงาน ควรมีบทสรุปผู้บริหาร สถานะตัวชี้วัด (Dashboard) อุปสรรค และข้อเสนอเชิงนโยบาย
               3. การจัดทำรายงานผ่านระบบออนไลน์ ใช้ระบบ M&E เพื่อประมวลผลและนำเสนอข้อมูลอัตโนมัติ เพิ่มความรวดเร็วและความเป็นระบบ
               4. การจัดการความไม่แน่นอน ระบุข้อจำกัดและความน่าเชื่อถือของข้อมูลอย่างโปร่งใส
               5. การสื่อสารผลการประเมิน เผยแพร่ผลต่อหน่วยงานภายใน สาธารณะ และรายงานต่อ UNFCCC

🙋‍♀️ การรับฟังความคิดเห็นและตรวจสอบในระบบ M&E มีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
               1. วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผลการวิเคราะห์ สร้างการมีส่วนร่วม และเพิ่มความโปร่งใส 
               2. รูปแบบการดำเนินการ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ การส่งร่างรายงานเพื่อรับความเห็น และการประชุมเฉพาะกลุ่ม 
               3. กระบวนการตรวจสอบ ใช้วิธีตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) และการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ(Independent Peer Review) 
               4. การจัดการความเห็นต่าง หาข้อสรุปร่วมผ่านการอำนวยความสะดวก และบันทึกข้อโต้แย้งเพื่อความโปร่งใส 
               5. การปรับปรุงรายงาน นำข้อคิดเห็นมาปรับแก้รายงานและเสนอขออนุมัติอย่างเป็นทางการก่อนเผยแพร่

👨‍💻 การสรุปผลและอัปเดตระบบ M&E ออนไลน์ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน
               1. การสรุปรายงานฉบับสมบูรณ์ เสนอให้หน่วยงานระดับสูงรับรอง และจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลสำหรับการเปรียบเทียบในอนาคต
               2. การอัปเดตระบบออนไลน์ นำเข้าข้อมูลตัวชี้วัดล่าสุดสู่ระบบ Dashboard และเผยแพร่เพื่อความโปร่งใส
               3. การประเมินระบบ M&E ทบทวนความเหมาะสมของตัวชี้วัดและประสิทธิภาพของระบบ พร้อมปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
               4. การจัดการความรู้ ถอดบทเรียน สรุปปัญหา และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
               5. การสื่อสารผลลัพธ์ จัดทำสื่อสรุปที่เข้าใจง่าย เช่น รายงานย่อหรืออินโฟกราฟิก เพื่อสนับสนุนการนำไปใช้เชิงนโยบาย

แหล่งอ้างอิง
1. Developing National Adaptation Monitoring and Evaluation Systems: A Guidebook.
2. Monitoring and Evaluation Manual for Climate Change Adaptation Activities in Viet Nam., December 2022, Department of Climate Change.
3. Recommendations for Adaptation M&E in Practice., Dicussion Paper, August 2013.

ประกาศกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาเป็นโรงเรียนอีโคสคูล ระดับต้น (Eco-School Beginner) (ปี 2569-2572)

ประกาศโรงเรียนอีโคสคูล ระดับต้น ปี 2569-2572

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ในสังกัด ทส.

               วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมหารือผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ผู้บริหารสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมฯ อย่างพร้อมเพรียง เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายหลังมีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน
               ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอรัปชัน โดยเน้นการจัดทำ Platform Online กลางในการรับเรื่องร้องเรียน ที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ รวมถึง AI โดยมีศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงานปลัด ทส. เป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงกับศูนย์ป้องกันอื่น ๆ ภายใน ทส. เพื่อให้การดำเนินงานมีความรวดเร็วและโปร่งใส
               การประชุมวันนี้ ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำนโยบาย ทส. ไม่ปกป้องผู้ทุจริต โดยให้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการแก้ไขปัญหา corruption ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ โดย ทส. ให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น คือ การจัดระบบงานและการบริหารคน ซึ่งในส่วนของระบบงาน ให้ทุกหน่วยงานพิจารณาภารกิจสำคัญ (function) และมีความเสี่ยงต่อการทุจริตมากที่สุดของตน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการอนุญาต/อนุมัติ มาจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน (SOP) จัดทำ platform ออนไลน์ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส พร้อมให้มีการสื่อสารเชิงรุกกับประชาชน ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารคน ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนดีและมีความสามารถเข้าสู่องค์กรในทุกระดับตำแหน่ง สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เปิดโอกาสให้สามารถร้องเรียนปัญหาการทุจริตกับผู้บริหารหน่วยงานได้โดยตรง และหากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินการอย่างเคร่งครัด
               สุดท้ายนี้ ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ย้ำว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยในวันนี้ได้มีการประสานเชิญผู้แทน กกร. เข้าร่วมหารือด้วย แต่ได้รับแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ซึ่งหากหน่วยงานใด ภายใน ทส. มีประเด็นสอบถามเกี่ยวกับผลการศึกษาเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจที่ผลการศึกษาระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตของแต่ละหน่วยงาน เป็นต้น ให้ประสาน กกร. โดยตรง หรือให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ทส. กับ กกร. เพื่อพิจารณาภารกิจของหน่วยงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเรื่อง Zero Corruption ไปด้วยกัน เน้นการเดินหน้า เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาคอรัปชันอย่างจริงจังเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความโปร่งใสของประเทศ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงอาคารของศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนเมษายน พ.ศ.2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

รายงานงบทดลองและรายงานเงินทดรองราชการประจำเดือนเมษายน พ.ศ.2569 ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

ก้าวสำคัญของการรับมือโลกร้อน “โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

✏️ เหตุผลที่ต้องมีโครงการนี้
               1. รับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหา เช่น อุณหภูมิสูง ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบติดตามและประเมินผลเพื่อวางแผนการปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               2. รวบรวมและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบข้อมูลด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน โครงการนี้ช่วยสร้างฐานข้อมูลกลาง เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลให้ใช้งานได้ง่ายและมีมาตรฐานเดียวกัน
               3. สนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงนโยบายการใช้เทคโนโลยี เช่น Big Data และ Data Visualization ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนและนำไปใช้กำหนดนโยบายหรือมาตรการรับมือได้อย่างเหมาะสม
               4. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของประเทศระบบนี้ช่วยให้สามารถติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ได้อย่างต่อเนื่อง
               5. ตอบสนองพันธกรณีระหว่างประเทศโครงการช่วยสนับสนุนการรายงานและการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น การรายงานความโปร่งใสรายสองปีและการบรรลุเป้าหมายการปรับตัวระดับโลกภายในปี 2030

❤️ มีหัวใจสำคัญ
               • สร้างมาตรฐาน: สร้างระบบติดตามผลที่วัดค่าได้จริง และเหมาะกับสภาพบ้านเรา
               • เชื่อมข้อมูล: รวบรวมข้อมูลจากทุกส่วนงานมาไว้ที่เดียว เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ
               • นำไปใช้จริง: เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามาใช้ข้อมูลนี้ เพื่อวางแผนรับมือและตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ

ระบบติดตามและประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ “การสร้างระบบเก็บข้อมูลมาตรฐาน เพื่อให้ทุกคนใช้เป็นเข็มทิศในการวางแผนรับมือโลกร้อนร่วมกัน”

แหล่งอ้างอิง
– โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

               วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ สตูดิโอ 4 อาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน