“สุชาติ” นำคณะผู้บริหาร ทส. ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมประชากร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

               วันนี้ (14 มิถุนายน 2569) เวลา 07.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีฯ รวมทั้งคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมประชากร คนไทย คลองเปรมสายน้ำเดียวกัน “เราบางกอก เมืองปทุมธานี กรุงศรีอยุธยา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ชุมชนประชากร 3 ชุมชนร่มไทรงามพัฒนา และชุมชนปู่เจ้าสมิงพรายสะพานปูน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
               การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดแนวคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนริมคลองอย่างยั่งยืนและการสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ประชาชน
               ภายในงานมีกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 12 วัด 49 รูป 2 สาย รวม 98 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลดังกล่าว พร้อมทั้งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
               นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมและให้กำลังใจหน่วยงานที่ร่วมจัดนิทรรศการและให้บริการประชาชน ซึ่งประกอบด้วย กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเผยแพร่แก่ประชาชน โดยสนับสนุนน้ำดื่ม และแจกจ่ายกล้าไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงแจกถุงผ้ารณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก และการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
               กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนวพระราชดำริและนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการประชาสัมพันธ์และเสริมพลังความร่วมมือด้านภูมิอากาศ (ACE) ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจัดการประชุม คณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการประชาสัมพันธ์และเสริมพลังความร่วมมือด้านภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment) ครั้งที่ 1/2569 โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รองประธานคณะอนุกรรมการฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เลขานุการอนุกรรมการฯ และ นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการฯ ร่วมกับ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชน ในฐานะคณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมอินทนิล (301) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference)
               ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาและเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment : ACE) (พ.ศ. 2569 – 2573) เพื่อเป็นกรอบแนวทางความร่วมมือและบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการศึกษา (Education) 2.ด้านการฝึกอบรม (Training) 3.การสร้างจิตสำนึก (Public Awareness) 4.การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสาธารณชน (Public Access to Information) 5.การมีส่วนร่วมของประชาชาน (Public Participation) และ 6.ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation)
               ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับเห็นชอบกับ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ. 2569 – 2573) และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการอนุกรรมการฯเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติเพื่อทราบต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมทีมจิตอาสาให้บริการประชาชนผู้มาร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ท้องสนามหลวง

               วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมปฏิบัติภารกิจจิตอาสาให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยและสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณท้องสนามหลวง ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดเตรียมขนม และน้ำดื่ม เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แก่ประชาชน
               การปฏิบัติภารกิจจิตอาสาในครั้งนี้ เป็นการร่วมสนองพระราชปณิธานด้านการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน พร้อมทั้งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนร่วมน้อมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยยิ่ง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมถวายความอาลัย เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

               วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยยิ่ง
               ทั้งนี้ ในเวลา 15.30 น. จะมีการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ใน พระบรมมหาราชวัง เพื่อประดิษฐานตามพระราชประเพณี
               คณะผู้บริหารและบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่างน้อมรำลึกในพระจริยวัตรอันงดงาม และพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย พร้อมร่วมถวายความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน นำทีมประเทศไทยร่วมการประชุม Third working group session of the Facilitative, Multilateral Consideration of Progress (FMCP3)

               วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม Third working group session of the Facilitative, Multilateral Consideration of Progress (FMCP3) พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สส. และคณะวิจัยด้านบัญชีก๊าซเรือนกระจกและลดก๊าซเรือนกระจก ม.ธรรมศาสตร์ในรูปแบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง อาคาร สส.
               การประชุมดังกล่าว มีประเทศเข้าร่วม 37 ประเทศ จัดขึ้นในห้วงของการประชุม The 64th Sessions of the UNFCCC Subsidiary Bodies (SBI 64) ระหว่างวันที่ 8 – 18 มิถุนายน 2569 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
               นายปวิช เกศววงศ์ กล่าวถ้อยแถลงถึงความสำคัญของกระบวนการ FMCP ที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ร่วมกัน และปรับปรุงคุณภาพการรายงานภายใต้ Enhanced Transparency Framework (ETF) เน้นย้ำถึงการยกระดับการรายงานข้อมูลให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050 โดยได้กล่าวทิ้งท้ายว่าการสนับสนุนจากประเทศ พัฒนาแล้วด้านการเงิน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างศักยภาพ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศกำลังพัฒนา
               ต่อจากนั้นเป็นช่วงถาม–ตอบกับภาคีในการประชุม โดยประเทศไทยตอบข้อซักถามในประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนาระบบความโปร่งใสและ MRV ภายใต้กรอบ ETF การนำข้อเสนอแนะจากการทบทวน BTR1 ไปปฏิบัติ การดำเนินงานและการกำกับดูแลตลาดคาร์บอน ความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมาย NDC2.0 การใช้เทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net‑Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 กรอบการคุ้มครองทางสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินความยั่งยืนของชีวมวลและเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมถึงมาตรการลดการปล่อยก๊าซมีเทนในภาคส่วนหลักต่าง ๆ ของประเทศทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของภาคีต่อความพร้อมในการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศและการติดตามความก้าวหน้าภายใต้กรอบ ETF ของประเทศไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติ มอบ ที่ปรึกษาฯ ดาริกา เปิดการนำเสนอผลงานวิชาการ ปธส.13 ชู “บางบาลโมเดล” รับมือวิกฤตโลกสร้างภูมิคุ้มกันสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนเชิงพื้นที่

​               วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานนำเสนอผลงานทางวิชาการ (IS Conference Day) ภายใต้แนวคิด “Towards Climate Resilience จากบางบาลสู่อนาคตที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก (วิภาวดี) เพื่อนำเสนอแนวคิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมเชิงพื้นที่ ซึ่งจัดโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส. 13) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “จากยุทธศาสตร์ชาติสู่ภูมิอากาศใหม่ : ทิศทางประเทศไทยในการรับมือ Climate Change”
               นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำในปาฐกถาพิเศษว่า ปัญหา Climate Change ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากไทยพึ่งพิงฐานทรัพยากรสูงในภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ทำให้มีความเปราะบางติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมุ่งบูรณาการระหว่าง “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” และ พันธกรณีความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (Net Zero 2050) โดยเน้นย้ำเสาหลักสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนผ่านทางกฎหมายและนโยบายการปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกัน (Climate Adaptation & Resilience): ที่มีการบูรณาการแผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAP) เข้ากับ 6 ภาคส่วนเสี่ยง (ท่องเที่ยว, เกษตรและความมั่นคงอาหาร, สาธารณสุข, การจัดการน้ำ,ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐาน) การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ ที่มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกับภาคเอกชน
               ​ดังนั้น การมุ่งมั่นรับมือกับสภาพภูมิอากาศใหม่ ต้องร่วมกันยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ช่วยลดความเสียเปรียบทางการค้าจากมาตรการสากล และลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ ภายใต้การทำงานของทุกภาคส่วนร่วมกันเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ สร้างงานสีเขียว และส่งต่อประเทศไทยที่ยั่งยืนในอนาคต
               ​ด้าน ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและคาดการณ์ยาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร และระบบสุขภาพ ประเทศไทยจึงต้องเร่งสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” (Climate Resilience) ในทุกระดับ สำหรับหลักสูตร ปธส. รุ่นที่ 13 มีผู้อบรมรวม 74 ท่าน ได้ร่วมมือกันศึกษาเชิงลึกผ่านสารนิพนธ์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ท้าทายอย่างอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตัวอย่างพื้นที่เสี่ยงสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้จริงผ่าน 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการปรับตัว (Adaptation) ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) ด้านการยกระดับธุรกิจ SMEs ด้านการเงินสีเขียว (Financial) ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ด้านการเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building) “ผลงานในวันนี้ไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของการศึกษา แต่เป็น ‘นวัตกรรมเชิงนโยบาย’ ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าปฏิบัติได้จริง และจะเป็นฟันเฟืองทรงพลังในการขยายผลต้นแบบ ‘บางบาลโมเดล’ ไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ”

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน F-AI-TH (ศรัทธา และ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร “Power of F-AI-TH for SDGs”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน F-AI-TH (ศรัทธา และ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร "Power of F-AI-TH for SDGs"

          วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีเปิดงาน F-AI-TH (ศรัทธาและ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร “Power of F-AI-TH for SDGs” ซึ่งจัดโดย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (มูลนิธิ สกพ.) และศาสนาเพื่อสันติภาพ ประเทศไทย โดยการสนับสนุนของ The International Dialogue Centre – KAICIID และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคศาสนา ภาคนโยบาย ภาคเอกชน ภาควิชาการ และคนรุ่นใหม่ ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน บนฐานของความศรัทธา สิทธิมนุษยชน และเทคโนโลยีที่มีจริยธรรม
นอกจากนี้ นายปวิช ได้ร่วมประกาศปฏิญญาพหุศาสนาและพหุภาคีกรุงเทพมหานคร 2569 เพื่อพิทักษ์สภาพภูมิอากาศและสันติภาพดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในงานดังกล่าวด้วย

       “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน F-AI-TH (ศรัทธา และ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร "Power of F-AI-TH for SDGs"

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน F-AI-TH (ศรัทธา และ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร "Power of F-AI-TH for SDGs"
กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน F-AI-TH (ศรัทธา และ AI เพื่อไทยและมนุษยชาติ) และเปิดตัวหลักสูตร "Power of F-AI-TH for SDGs"

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน MOU ผนึก SCG–องค์การสวนพฤกษศาสตร์ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เหมือง มุ่งสู่เหมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน MOU ผนึก SCG–องค์การสวนพฤกษศาสตร์
          วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ทำเหมืองอย่างยั่งยืน ระหว่างองค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ได้ลงนามในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการ–บริหารความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามในนามภาคเอกชน โดยมีนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ นายวัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ และนายปริญญา วิลัยธรรม ผู้อำนวยการธุรกิจและจัดหาวัตถุดิบ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน
          ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า ภายใต้นโยบาย “ทส. หนึ่งเดียว” ของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการเห็นศักยภาพขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ในการรวบรวมองค์ความรู้ด้านพรรณไม้เขาหินปูน จึงต่อยอดสู่การสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่เหมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักว่า “ปูนซีเมนต์” เป็นวัสดุพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกัน การผลิตปูนซีเมนต์จำเป็นต้องใช้หินปูน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้เวลานับร้อยล้านปีในการก่อกำเนิด อีกทั้งระบบนิเวศเขาหินปูนยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์หายากจำนวนมาก รวมถึงสิ่งมีชีวิตถิ่นเดียวของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลและอนุรักษ์อย่างจริงจัง

         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน MOU ผนึก SCG–องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน MOU ผนึก SCG–องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน MOU ผนึก SCG–องค์การสวนพฤกษศาสตร์

ประกาศคณะกรรมการอำนวยการอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน กรุงเทพมหานคร เรื่อง ขยายเวลาการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

               วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการที่ึ่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และกรมป่าไม้
               อสส. ได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน และความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย รวมถึงสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ตลอดจนปัญหาและความท้าทายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายและการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม โดยที่ประชุมได้หารือและมีข้อซักถามในประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความซ้ำซ้อนระหว่างร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. กับร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. แนวทางการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ เพื่อให้มีกลไกการจัดหารายได้เข้าสู่กองทุนและสามารถสนับสนุนทั้งเงินกู้และเงินให้เปล่าได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกภาคส่วน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) กลไกการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และการยอมรับในระดับสากล

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”