ประกาศเลขที่ 43/2569 ประกาศประกวดราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาโปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าสำหรับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าสำหรับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รองประธานคณะทำงาน พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 19 หน่วยงาน จำนวน 75 คน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ที่ 1/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าสำหรับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมทั้งรับทราบการนำพื้นที่สวนยางพาราตามมาตรา 64 และมาตรา 121 และพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน มาใช้เป็นข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ในการจัดทำ บัญชีก๊าซเรือนกระจก ปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2567 ตลอดจนสถานภาพการดำเนินงานโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้และการเกษตร และโครงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของการยางแห่งประเทศไทย
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในเรื่องสำคัญดังนี้
               1. เห็นชอบพื้นที่การดำเนินงานปลูกและฟื้นฟูสภาพป่าของกรมป่าไม้ (ปม.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และพื้นที่ไม้เกษตรยืนต้นและพื้นที่สีเขียวของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 1,881,506 ไร่ ซึ่งประเมินปริมาณการดูดกลับ ก๊าซเรือนกระจก ได้ประมาณ 844.90 ktCO2eq
               2. เห็นชอบการเพิ่มข้อมูลพื้นที่ไม้ยืนต้นตามมาตรา 64 และ 121 ของ อส. และเพิ่มข้อมูลพื้นที่ไม้ผลที่ไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่ที่ใช้จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
               3. เห็นชอบหลักการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการเพิ่มพื้นที่ไม้ผล/พื้นที่สีเขียวแทนพื้นที่พืชไร่ที่มีโอกาสในการเกิดการชะล้างพังทลายของดินสูงมาก เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินถล่ม เสริมสร้างด้านการปรับตัวและสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก

               ความเห็นที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ตรวจสอบการซ้อนทับของพื้นที่เป้าหมายสำหรับส่งเสริมการปลูกไม้ผลและเพิ่มพื้นที่สีเขียวทดแทนพืชไร่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินระดับสูงมากเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและแผ่นดินถล่ม เทียบกับพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกใช้ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกแล้ว เพื่อป้องกันการนับซ้ำ (Double Count) และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการประสานรวบรวมข้อมูลและร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากคณะทำงานฯ ดังนี้
               • ข้อมูลพื้นที่ป่าในเขตนิคมสร้างตนเอง จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
              • แนวทางและแผนการส่งเสริมการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมที่ไม่เหมาะสมตามศักยภาพไปเป็นพื้นที่ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าสูงผ่านระบบการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมด้วยแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) จากกรมพัฒนาที่ดิน
              • พื้นที่สีเขียวในพื้นที่ราชพัสดุในความครอบครองของกระทรวงกลาโหม
              • ข้อมูลพื้นที่ไม้ยืนต้นตามมาตรา 64 และ 121 และข้อมูลพื้นที่ไม้ผลที่ไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่ที่ใช้เป็นข้อมูลกิจกรรม (AD) ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพิ่มเติม จาก อส.
              • ศึกษาการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากผลิตภัณฑ์ไม้ (Harvested Wood Products: HWP) ร่วมกับ รศ.ดร.สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน
              • นำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจาก GISTDA สนับสนุนการจัดทำข้อมูลกิจกรรม (AD) สำหรับประกอบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

               ทั้งนี้ มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและรายงานผลการดำเนินงานต่อกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าสำหรับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569

               เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับมอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานคนที่ 1 และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รับมอบจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการฯ ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่
               1. เห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2593 และมอบหมายให้ ทส. โดย สส. นำเสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป
               2. เห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 โดยมอบหมายให้ ทส. โดย สส. เสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป
               3. เห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ. 2569 – 2573) และมอบหมายให้ ทส.โดย สส. เผยแพร่และขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
               4. เห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) องค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 (COP 31) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองอันตัลยาสาธารณรัฐตุรกี โดยมอบหมายให้ ทส.โดย สส. นำความกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติองค์ประกอบต่อไป
               5. เห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 (ASEAN Joint Statement on Climate Change to UNFCCC COP 31) โดยมอบหมายให้ ทส. โดย สส. นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และมอบหมายให้ รมว.ทส หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้ความเห็นชอบ Endorsement ก่อนนายกรัฐมนตรี หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรอง Adoption ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนพฤศจิกายน 2569
               ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้วางแผนและเตรียมการขับเคลื่อนผลการประชุมดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้แผนแม่บทฯ และยุทธศาสตร์ระยะยาวฯ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก ที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ภายในปี พ.ศ. 2593 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS): เส้นทางระยะยาวของประเทศไทยสู่ Net Zero 2050

               การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ที่จัดทำขึ้นตามแนวทางของข้อ 4 วรรค 19 แห่งความตกลงปารีส จะเป็นเครื่องมือทางนโยบายที่สำคัญสำหรับประเทศภาคีสมาชิกในการร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ และศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกที่แต่ละประเทศดำเนินการได้ เพื่อนำไปใช้กับแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกระดับโลกร่วมกันสู่ Net Zero สำหรับประเทศไทยได้จัดส่ง LT-LEDS ฉบับแรกไปยังสำนักเลขาธิการ UNFCCC ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) และจัดส่งฉบับปรับปรุงในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) โดยตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นจากเดิมเป็นปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) (เร็วขึ้น 15 ปี) ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้ต้องปรับปรุง LT-LEDS อีกครั้ง โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ที่กำหนดให้ประเทศไทยมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในปี ค.ศ. 2035 (พ.ศ. 2578) ไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) (ลดลงร้อยละ 47) จากระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในปีฐาน ค.ศ. 2019 ทำให้สอดคล้องกับเส้นวิถีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.5 องศาเซลเซียส (1.5 °C Pathway)

               การจัดทำ LT-LEDS ไม่ได้เป็นเพียงการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในอนาคตเท่านั้น แต่เป็นการวิเคราะห์ว่า “ประเทศไทยจะเดินทางจากสถานการณ์ปัจจุบันไปสู่ Net Zero 2050 ได้อย่างไร” โดยกระบวนการจัดทำเริ่มต้นจากการทบทวนสถานการณ์และบริบทสำคัญของประเทศ ตลอดจนแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนนำมาวิเคราะห์แนวทางและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมในแต่ละสาขา โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AIM/EndUse เพื่อวิเคราะห์ทางเลือกเทคโนโลยีและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก และใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AIM/CGE ในการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคจากการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ควบคู่กับการพิจารณานโยบาย แผน และมาตรการของหน่วยงานหลักในแต่ละสาขา เพื่อให้เส้นทางที่กำหนดขึ้นสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศมีความเป็นไปได้และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดกระบวนการจัดทำ ก่อนนำเสนอผ่านกลไกเชิงสถาบันที่เกี่ยวข้อง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และจัดส่งต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2569
               ทุกภาคส่วนล้วนมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายที่ปรับปรุงครั้งนี้ ตั้งแต่การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ด และการเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนต่ำ การจัดการขยะตามหลัก 3R การส่งเสริมการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำและเกษตรฉัจฉริยะ ตลอดจนการเพิ่มและรักษาพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ดี ทุกการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นด้วย ดังนั้น การขับเคลื่อน LT-LEDS จึงต้องดำเนินการบนหลักการของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน แรงงาน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะ การสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม

               หาก LT-LEDS เปรียบเสมือนเส้นทางระยะยาวสู่ Net Zero 2050 การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ก็เปรียบเสมือนหมุดหมายระหว่างทางที่กำหนดว่าประเทศไทยต้องลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใดในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น NDC และ LT-LEDS จึงไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกันแต่มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน การปรับปรุง LT-LEDS ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเป้าหมายระยะกลางกับทิศทางการพัฒนาระยะยาวของประเทศไทยให้เป็นเส้นทางเดียวกัน พร้อมส่งสัญญาณให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเงิน ภาควิชาการ ท้องถิ่น และประชาชน สามารถเตรียมพร้อมและวางแผนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดการบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 ไม่ใช่ภารกิจของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสจากเศรษฐกิจสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน “

แหล่งอ้างอิง :
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, 2565. สรุปสาระสำคัญยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุง.
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, 2569. ข่าวประชาสัมพันธ์ กรมลดโลกร้อน จัดประชุม Kick-off การปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy) 
– ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุง, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าเสริมศักยภาพ ทสม. กทม. เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้เฝ้าระวัง” สู่ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ขับเคลื่อนชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน

               นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เสริมพลังผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีประธานและผู้แทนเครือข่าย ทสม. จากทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมรวม 120 คน
               การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับบทบาทของ ทสม. กทม. จากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้เฝ้าระวัง” ให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ ทักษะและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการวิกฤตภูมิอากาศในบริบทของเมืองหลวง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากทุกเขตได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based approach) ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
               ทั้งนี้ กรมฯ คาดหวังว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้เครือข่าย ทสม. กทม. มีความเข้าใจ ทิศทางนโยบายของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนจนสามารถนำไปต่อยอดและขับเคลื่อนให้เกิดแผนงานหรือกิจกรรมประจำปี 2570 ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบกล้องวงจรปิดและเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบกล้องวงจรปิดและเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาระบบปรับอากาศ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างบำรุงรักษาระบบปรับอากาศ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการป้องกันและกำจัดนก มด ปลวก หนู แมลงสาบ และยุง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการป้องกันและกำจัดนก มด ปลวก หนู แมลงสาบ และยุง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาลิฟต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาลิฟต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง