เดือน: กรกฎาคม 2569
“ครม. เห็นชอบ รมว. สุชาติ ลงนามไทย-นิวซีแลนด์ เร่งขยายความร่วมมือจัดการปัญหาโลกร้อน”

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบต่อบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Memorandum of Arrangement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of New Zealand on Climate Change Cooperation) และมอบหมาย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนประเทศไทยลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเตรียมพร้อมรับมือต่อผลกระทบในอนาคต รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) พร้อมกับการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลกตามความตกลงปารีส
ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในการฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – นิวซีแลนด์ โดยฝ่ายไทยมีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยดำเนินการหลัก ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และกระทรวงสิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์
ทั้งนี้ รัฐบาลของทั้งสองประเทศมีกำหนดที่จะลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าวในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




รมว.สุชาติ มอบกรมลดโลกร้อน หารือ สนพ. ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย (Energy Transition) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมหารือกับ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และ รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย หัวหน้าหน่วยวิจัยพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมกัน ณ ห้องประชุมปิยสวัสดิ์ ชั้น 6 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายและแผนพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ รวมถึงการปรับโครงสร้างเชิงกลไก การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) และการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ การพัฒนาพลังงานสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบูรณาการข้อมูลและแบบจำลองด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนแนวโน้มราคาคาร์บอน ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนในอนาคต เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความสอดคล้องกัน สนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และนำประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่มีความยั่งยืนพร้อมบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”






ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างทำสำเนาเอกสารและเข้าเล่ม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (นายนิพนธ์ เรืองซื่อ)
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาบริการรถยนต์ จำนวน 1 คัน พร้อมพนักงานขับรถยนต์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (นายนิพนธ์ เรืองซื่อ)
รมว.สุชาติ กำชับ กรมลดโลกร้อน เร่งชี้แจงร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดำเนินการชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง และประเด็นทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างครบถ้วน รอบด้าน และต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพิจารณาร่างกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนทุกมิติ โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ดำเนินการตามแนวนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเข้าสู่การพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นสัปดาห์ที่เก้า
ความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ สัปดาห์นี้ สส. ได้มีการให้ข้อมูลในรายมาตราของหมวด 4 กองทุนภูมิอากาศ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการกำกับและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน และหมวด 5 แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับสาระสำคัญในการจัดทำ ประเมินผล และทบทวนแผนแม่บทให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและบริบทการดำเนินงานของประเทศไทย โดย สส. ได้สนับสนุนข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการพัฒนาร่างกฎหมาย อย่างรอบคอบก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาหมวด 6 ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ในสัปดาห์ต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ร่วมเวทีสหประชาชาติ 7th Global Conference on Strengthening Synergies between the Paris Agreement and the 2030 Agenda for Sustainable Development

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวต้อนรับในพิธีเปิดการประชุม Global Conference on Strengthening Synergies between the Paris Agreement and the 2030 Agenda for Sustainable Development ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ความตกลงปารีส กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 จัดโดยสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UNDESA) และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC Secretariat) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐระดับนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมกว่า 300 คน ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบูรณาการกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติพลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การดำเนินการจึงต้องอาศัยความร่วมมือและเสริมพลังกันในทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย ที่นำไปสู่การลงมือปฏิบัติของทุกภาคส่วนในสังคม และกล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) เป็นการยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกเทียบปีฐาน ค.ศ. 2019 ซึ่งจะมีระดับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) ภายในปี ค.ศ. 2035 สอดคล้องตามเส้นวิถีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.5 องศาเซลเซียส และเป็นการวางรากฐานสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ในปี ค.ศ. 2050 ควบคู่กับการผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกในการส่งเสริมให้ประเทศไทยมุ่งไปสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถในการรองรับกติกาเศรษฐกิจโลกในอนาคตต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”









กรมลดโลกร้อน ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานกล่าวคำอาศิรวาทถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”






กรมลดโลกร้อน เดินหน้ายกระดับสินค้าชุมชนรักษ์โลก ดึงนวัตกรรมสีเขียว Storytelling พลิกฐานทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจชุมชนคาร์บอนต่ำ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน “ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสินค้าและบริการของเครือข่าย ทสม. และภาคีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” หรือ “Green Fair สินค้าชุมชนรักษ์โลก” ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ควบคู่กับการปรับตัวและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประธานในพิธีเปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นประเด็นท้าทายระดับโลก กรมฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสมรรถนะให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะระดับพื้นที่ซึ่งเป็นฐานการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชน การทำงานในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ส่งเสริมการปรับตัวเพื่ออยู่รอดในสถานการณ์และกติกาใหม่ของโลกเท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง “นวัตกรรมสีเขียว” และการสร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
“เราต้องยกระดับการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชน จากเดิมที่เน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือเฝ้าระวัง มาสู่การเข้าถึงคุณค่าและใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยนกลยุทธ์ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ จากการเน้นปริมาณมาเป็นการเน้นคุณภาพและรายได้ (Value over volume) เช่น การเชื่อมโยงสินค้าและบริการเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวสีเขียว (Sustainable Tourism) ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน บนกลไกความร่วมมือที่ออกแบบร่วมกันทุกภาคส่วน” ดร.พิรุณ กล่าว
นอกจากนี้ ดร.พิรุณ ยังได้ระบุถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในอนาคตเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไว้ 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานสู่สากล: โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อรับรองความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าชุมชน การออกแบบและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย: พัฒนาดีไซน์ให้มีความพรีเมียม ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ การใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม: ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ AI ช่วยออกแบบ และการชูจุดเด่นผ่าน Storytelling การกระจายรายได้และเพิ่มช่องทางการขาย: ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 คน ประกอบด้วย เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จาก 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน เครือข่ายชุมชนคาร์บอนต่ำ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ภายในงานมีการรวมรวบสินค้าของเครือข่าย ทสม. จาก 77 จังหวัด จัดทำเป็น Catalog เพื่อการสื่อสารและคัดเลือกผลงานเด่นมาจัดแสดงนิทรรศการจำนวน 15 บูธ พร้อมทั้งมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “การส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการของเครือข่ายภาคประชาชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” และ “การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยกระดับสู่ชุมชน BCG คาร์บอนต่ำ” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ควบคู่ไปกับกิจกรรม Workshop ด้านการสร้าง Content Creation, การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design) และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพื่อให้เครือข่ายอาสาสมัครสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
















