แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP)

NAP คืออะไร?
               “National Adaptation Plan” แผนระดับชาติ ที่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเปราะบาง และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยแนวทาง มาตรการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศไทย ให้พร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

♥ หัวใจสำคัญ คือ “สร้างภูมิคุ้มกันและลดความเปราะบาง” (Resilience & Vulnerability Reduction) ด้วยการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

☞ 3 ระยะสู่เป้าหมาย
               – ระยะสั้น (พ.ศ. 2566-2570): เตรียมความพร้อมในการวางรากฐาน มาตรฐานการดำเนินการ และกลไกการผลักดันระดับนโยบาย
               – ระยะกลาง (พ.ศ. 2571-2575): พัฒนากลไกและนำแนวทางตามแผน NAP ไปปฏิบัติ
               – ระยะยาว ( พ.ศ. 2576-2580): บูรณาการการปรับตัวเข้ากับการพัฒนาประเทศ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ ประเมินขีดความสามารถของข้อมูลและองค์ความรู้ ปรับปรุงนโยบายและแผนในการพัฒนาประเทศสม่ำเสมอ

☞ เป้าหมาย 6 สาขาหลัก
               – การจัดการทรัพยากรน้ำ : เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ลดความสูญเสียและเสียหายจากภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำ
               – การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร : รักษาประสิทธิภาพของการผลิตและความมั่นคงทางอาหารภายใต้ความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               – การท่องเที่ยว : เพิ่มขีดความสามารถของภาคการท่องเที่ยวให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนและรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               – สาธารณสุข : มีระบบสาธารณสุขที่สามารถจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
               – การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ : บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
               – การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ประชาชน ชุมชน และเมือง พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามขีดความสามารถและบริบทของพื้นที่

☞ กลไกขับเคลื่อน
               – ระดับนโยบาย : คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ
               – หน่วยงานกลาง : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ประสานการดำเนินงานทั่วประเทศ
               – ระดับพื้นที่ : บูรณาการมิติภูมิอากาศลงสู่แผนพัฒนาจังหวัดและท้องถิ่นและการดำเนินงานภาคเอกชนและประชาชน

☞ ผลลัพธ์ที่ต้องการ
               ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการลดความเปราะบาง สร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

✿ การติดตามและประเมินผลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน NAP
ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
ประเมินผลลัพธ์และผลกระทบ
ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงนโยบายและมาตรการอย่างต่อเนื่อง

” NAP ไม่ใช่แค่แผน แต่ต้องเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และการปรับตัวไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความอยู่รอดของพวกเราทุกคน “

แหล่งอ้างอิง
แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan : NAP)

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวฯ ปลดล็อกที่ทำกินป่าชายเลน มุ่งสร้างสมดุล “คนอยู่กับป่า” อย่างยั่งยืน

               เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. พร้อมด้วยนายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม เข้าร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน และหนังสือรับรองการอยู่อาศัย ทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ ตามมติรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหาร ผู้แทนชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จังหวัดจันทบุรี
               รมว.ทส. กล่าวว่า สมุดประจำตัวดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่มุ่งแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าชายเลน ให้สามารถอยู่อาศัยทำกินได้โดยถูกต้องตามกฎหมายในลักษณะแปลงรวมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน หรือที่เรียกว่า “รถไฟขบวนที่ 5” และในส่วนของหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อีกด้วย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงานวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ขับเคลื่อน“คาร์บอนสีน้ำเงิน” กุญแจสำคัญในการบรรลุ NET ZERO ภายในปี ค.ศ. 2050

               เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. พร้อมด้วยนายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม เข้าร่วมงานวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ รัชกาลที่ 9 จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำผู้ร่วมงานทำกิจกรรมเสริมความหลากหลายของระบบนิเวศป่าชายเลนด้วยพรรณไม้กว่า 10 ชนิด และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำรวมกว่า 9,999 ตัว
               รมว.ทส. เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับป่าชายเลนในฐานะ “ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์” มุ่งเน้นการใช้กลไก “คาร์บอนสีน้ำเงิน” (Blue Carbon) เป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านองค์ความรู้ การวิจัย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยระบบนิเวศป่าชายเลน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติ (Nature-based Infrastructure) ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับทะเล ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นลมและกรองมลพิษ ควบคู่กับการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่ทรงพลังของโลก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวฯ ปลดล็อกที่ทำกินป่าชายเลน มุ่งสร้างสมดุล “คนอยู่กับป่า” อย่างยั่งยืน


เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. พร้อมด้วยนายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม เข้าร่วมพิธีมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน และหนังสือรับรองการอยู่อาศัย ทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ ตามมติรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหาร ผู้แทนชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จังหวัดจันทบุรี
รมว.ทส. กล่าวว่า สมุดประจำตัวดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่มุ่งแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าชายเลน ให้สามารถอยู่อาศัยทำกินได้โดยถูกต้องตามกฎหมายในลักษณะแปลงรวมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน หรือที่เรียกว่า “รถไฟขบวนที่ 5” และในส่วนของหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อีกด้วย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน : AXTRA Circular Impacts”

               วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน : AXTRA Circular Impacts” ระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” และองค์กรพันธมิตรกว่า 20 แห่ง จากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่ง ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นเกียรติในงานดังกล่าว ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
               การลงนามครั้งนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Circular Retail” เพื่อผลักดันภาคค้าปลีกไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการเก็บกลับคืน คัดแยก และรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนานวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด 5R ได้แก่ Re-educate, Reduce, Recycle, Replace และ Reinvent เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
               โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตควบคู่กันอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันต้องคำนึงถึง “3 ประโยชน์” ได้แก่ ประเทศชาติต้องมั่นคง ประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี และองค์กรต้องสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากร ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด พร้อมเน้นย้ำว่า การสร้างความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัย “พลังแห่งความร่วมมือ” จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชนทุกคน เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในอนาคต
               ด้าน ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำถึงความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของภาคค้าปลีกไทย ซึ่งมีบทบาทเชื่อมโยงความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน และเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ช่วยยกระดับระบบจัดการขยะของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว
               ขณะที่นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินมาตรการจัดการพลาสติกอย่างต่อเนื่อง โดยแม็คโครและโลตัสมีนโยบายงดให้บริการถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และยุติการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์โฟม พร้อมส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการทิ้งพลาสติกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 350,000 ตัน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 17 (17th AWGCC Meeting)

               เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 17 (17th ASEAN Working Group on Climate Chage: 17th AWGCC Meeting) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งมีสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว จำนวน 11 ประเทศ เพื่อหารือและกำหนดทิศทางการดำเนินงานของอาเซียน รวมถึงยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีประเด็นที่สำคัญ อาทิ (1) การจัดทำแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์อาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ASEAN Climate Change Strategic Action Plan: ACCSAP) เพื่อเป็นกรอบการดำเนินการที่ครอบคลุมทุกมิติ (2) การแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีโดยใช้หลัก Nature-based Solution (NbS) (3) ผลการจัด ASEAN Pavilion COP30 และพิจารณาขอบเขตการดำเนินการจัด ASEAN Pavilion COP31 (4) ความก้าวหน้าและการให้สัตยาบันในการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ASEAN Centre for Climate Change) (5) การพัฒนาร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการประชุม UNFCCC COP31 และ (6) การทบทวนแผนปฏิบัติการของคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (AWGCC Action Plan) ในการนี้ ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นและผลักดันโครงการที่สำคัญภายใต้กรอบอาเซียน โดยเฉพาะโครงการยกระดับมาตรฐานคาร์บอนคุณภาพสูงของอาเซียน (High-Integrity ASEAN Carbon Initiative: HACI) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน และมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและความยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

O12 รายงานสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุของหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

O12 รายงานสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุของหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เดือน เอกสารประกอบ
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนตุลาคม 2567
เดือนตุลาคม 2567
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนตุลาคม 2567
 
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤศจิกายน 2567
เดือนพฤศจิกายน 2567
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤศจิกายน 2567
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนธันวาคม 2567
เดือนธันวาคม 2567
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนธันวาคม 2567
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมกราคม 2568
เดือนมกราคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมกราคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2568
เดือนกุมภาพันธ์ 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมีนาคม 2568
เดือนมีนาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมีนาคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนเมษายน 2568
เดือนเมษายน 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนเมษายน 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤษภาคม 2568
เดือนพฤษภาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤษภาคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมิถุนายน 2568
เดือนมิถุนายน 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมิถุนายน 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกรกฎาคม 2568
เดือนกรกฎาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกรกฎาคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนสิงหาคม 2568
เดือนสิงหาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนสิงหาคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกันยายน 2568
เดือนกันยายน 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกันยายน 2568

O11 สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

O11 สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 

เดือน เอกสารประกอบ
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนตุลาคม 2568
เดือนตุลาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนตุลาคม 2568
 
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤศจิกายน 2568
เดือนพฤศจิกายน 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนพฤศจิกายน 2568
 
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนธันวาคม 2568
เดือนธันวาคม 2568
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนธันวาคม 2568
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมกราคม 2569
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2569
เดือนกุมภาพันธ์ 2569
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2569
     [PDF] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมีนาคม 2569
เดือนมีนาคม 2569
     [Excel] สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือนมีนาคม 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ ปตท. ดำเนินงานด้านวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไก สนับสนุนเทคโนโลยีทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.)
โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ สส. จัดประชุมคณะทำงานด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไก สนับสนุนเทคโนโลยีทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ประกอบด้วย นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร ดร.ณัฐกร ไกรกุล ผู้จัดการฝ่าย รักษาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารความยั่งยืน นายยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม นายธนา ศรชำนิ ผู้จัดการฝ่ายบริหารและขับเคลื่อนความยั่งยืน และเจ้าหน้าที่ ปตท. ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 53 ท่าน
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการดำเนินงานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากลไกสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่าง ปตท. และ สส. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนากลไกสนับสนุนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS/CCUS) เทคโนโลยีไฮโดรเจน และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการพัฒนานโยบาย กลไก และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางรากฐานการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้มีความชัดเจนและเกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สาระสำคัญของการประชุม ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานในปี 2568 ประกอบด้วยการประชุมหารือแนวทางการยกระดับการพัฒนากฎหมายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCS/CCUS เพื่อสนับสนุน NDC 3.0 ของประเทศไทย ทั้งในระดับนโยบาย และการศึกษาผลกระทบของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อระบบนิเวศของประเทศไทย ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดค่าความร้อน (Heat index) กับดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platforms) นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณากรอบแนวทางการดำเนินงานประจำปี 2569 โดย ปตท. จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิค ความรู้ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCS/CCUS ในประเทศไทย ร่วมกับ สส. ที่จะขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ตลอดจนแผนการแลกเปลี่ยนองความรู้ด้านเทคโนโลยี และนโยบายในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสองหน่วยงาน ให้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนที่สร้างผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”